คำถามที่เจ้าของแบรนด์ถามบ่อยที่สุดหลังได้ราคาจากโรงงานคือ แล้วควรขายเท่าไหร่ คนส่วนใหญ่ตอบด้วยการไปดูราคาคู่แข่งแล้วตั้งใกล้เคียง ซึ่งเป็นวิธีที่อันตรายที่สุด เพราะคู่แข่งอาจมีโครงสร้างต้นทุนคนละแบบกับคุณโดยสิ้นเชิง บทความนี้อธิบายวิธี ตั้งราคาขายครีม จากต้นทุนของคุณเองขึ้นไป พร้อมเหตุผลว่าทำไมกำไรขั้นต้นต้องสูงกว่าที่คิด และกับดักเรื่องการลดราคาที่ทำให้แบรนด์ใหม่ตายก่อนโต

ทำไมการตั้งราคาตามคู่แข่งถึงอันตราย

สมมติว่าคู่แข่งขายครีมกระปุกละสามร้อยบาท คุณเห็นแล้วคิดว่าตั้งสองร้อยแปดสิบน่าจะแข่งได้ ปัญหาคือคุณไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังราคานั้นคืออะไร

  • เขาอาจผลิตครั้งละหลายหมื่นชิ้น ทำให้ต้นทุนต่อชิ้นต่ำกว่าคุณมาก
  • เขาอาจมีหน้าร้านเป็นของตัวเองจึงไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
  • เขาอาจใช้สินค้าตัวนี้เป็นตัวดึงลูกค้าแล้วไปทำกำไรจากสินค้าตัวอื่น
  • เขาอาจกำลังขาดทุนอยู่และคุณไม่มีทางรู้

การตั้งราคาตามคนที่คุณไม่รู้โครงสร้างต้นทุน เหมือนการลอกข้อสอบจากคนที่คุณไม่รู้ว่าตอบถูกหรือเปล่า ราคาตลาดควรใช้เป็นข้อมูลตรวจสอบตอนท้าย ไม่ใช่ใช้เป็นจุดตั้งต้น

ลำดับที่ถูกต้องคือคิดจากต้นทุนขึ้นไป

เริ่มจากต้นทุนจริงต่อชิ้นให้ครบทุกก้อน แล้วค่อยบวกขึ้นไปทีละชั้น

ชั้นสิ่งที่บวกเข้าไปเหตุผล
1ต้นทุนผันแปรต่อชิ้นเนื้อครีม บรรจุภัณฑ์ กล่อง ค่าส่ง ค่าธรรมเนียม
2ต้นทุนคงที่เฉลี่ยต่อชิ้นค่าพัฒนาสูตร ออกแบบ จดแจ้ง หารด้วยจำนวนที่ผลิต
3เผื่อของเสียและของแจกไม่มีล็อตไหนขายได้ครบทุกชิ้น
4งบการตลาดเงินที่ต้องใช้เพื่อให้มีคนรู้จักและซื้อ
5กำไรที่ต้องการจริงผลตอบแทนของเงินทุนและความเสี่ยงที่แบก

ชั้นที่สี่คือชั้นที่คนลืมมากที่สุด หลายแบรนด์ตั้งราคาโดยคิดแค่ต้นทุนบวกกำไรที่อยากได้ แล้วพบทีหลังว่าไม่เหลือเงินทำการตลาดเลย ผลคือมีสินค้าดีอยู่ในสต๊อกแต่ไม่มีใครรู้จัก ซึ่งเป็นสาเหตุการตายของแบรนด์ใหม่ที่พบบ่อยที่สุด

กำไรขั้นต้นควรอยู่ประมาณไหน

ตัวเลขที่เหมาะสมต่างกันตามช่องทางขาย แต่หลักคิดเหมือนกันคือ ยิ่งต้องพึ่งการตลาดมาก ยิ่งต้องเผื่อส่วนต่างมาก

ช่องทางต้องเผื่ออะไรส่วนต่างที่ต้องการ
ขายเองผ่านไลน์หรือเพจค่าโฆษณา ค่าส่ง เวลาที่ใช้ตอบลูกค้าปานกลาง
ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ค่าธรรมเนียม ส่วนลด แคมเปญ ค่าส่งฟรีสูง
ฝากขายหน้าร้านส่วนแบ่งให้ร้าน สินค้าที่ค้างและหมดอายุสูงมาก
ขายส่งให้ตัวแทนส่วนต่างที่ตัวแทนต้องได้ ไม่ต้องมีค่าโฆษณามากต่ำกว่า แต่ขายได้ปริมาณมากกว่า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือตั้งราคาจากช่องทางที่ง่ายที่สุดคือขายเองผ่านไลน์ แล้วพอไปขายบนแพลตฟอร์มถึงพบว่าหลังหักค่าธรรมเนียมและส่วนลดแล้วแทบไม่เหลืออะไร ทางที่ปลอดภัยกว่าคือตั้งราคาให้รองรับช่องทางที่แพงที่สุดที่ตั้งใจจะใช้ตั้งแต่แรก

วางราคาหลายขนาดอย่างไร

เมื่อมีสินค้าหลายขนาด ราคาต่อกรัมควรถูกลงเมื่อขนาดใหญ่ขึ้น แต่ไม่ควรถูกลงมากเกินไป

เหตุผลคือถ้าขนาดใหญ่คุ้มกว่าขนาดเล็กมากเกินไป ทุกคนจะซื้อขนาดใหญ่อย่างเดียว ทำให้คุณเสียโอกาสขายให้คนที่ยังไม่พร้อมจ่ายเยอะ ในทางกลับกันถ้าขนาดใหญ่ไม่คุ้มกว่าเลย ก็ไม่มีเหตุผลให้ใครซื้อ

หลักที่ใช้ได้คือ ให้ขนาดกลางเป็นตัวที่คุ้มที่สุดในสายตาลูกค้า เพราะเป็นขนาดที่คนส่วนใหญ่จะเลือก ส่วนขนาดเล็กมีไว้ให้คนใหม่กล้าลอง และขนาดใหญ่มีไว้สำหรับลูกค้าประจำ

ซองทดลองมีบทบาทพิเศษในโครงสร้างนี้ เพราะราคาต่อกรัมแพงที่สุดแต่ราคาต่อชิ้นถูกที่สุด ทำให้คนตัดสินใจง่าย และเมื่อเขาชอบแล้วจะขยับไปขนาดใหญ่เอง อ่านการคำนวณต้นทุนซองได้ที่ ขายครีมซองอย่างไรให้เหลือกำไร

สินค้าครีมหลายขนาดที่วางโครงสร้างราคาให้ส่งเสริมกัน
ขนาดกลางควรเป็นตัวที่ดูคุ้มที่สุด เพราะเป็นขนาดที่คนส่วนใหญ่จะเลือก

กับดักการลดราคาในช่วงแรก

เมื่อยอดขายไม่เดินอย่างที่หวัง สิ่งแรกที่คนคิดคือลดราคา ซึ่งเป็นทางที่เข้าใจได้แต่มักทำให้แย่ลง

ลดราคาแล้วขึ้นกลับยากมาก

ลูกค้าที่ซื้อในราคาลดจะจำราคานั้นเป็นราคาจริง พอกลับไปราคาเดิมจะรู้สึกว่าแพงขึ้น ทั้งที่จริงคือกลับสู่ราคาปกติ แบรนด์ที่ลดราคาบ่อยจึงจบด้วยการที่ไม่มีใครยอมซื้อในราคาเต็มอีกเลย

ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ราคา

ก่อนลดราคาควรถามก่อนว่ามีคนเห็นสินค้าพอหรือยัง คนที่เห็นแล้วเข้าใจไหมว่าสินค้าทำอะไร และมีเหตุผลพอที่จะเชื่อไหม ถ้ายังไม่มีคนเห็นเลย การลดราคาก็ไม่ได้ช่วยเพราะไม่มีใครรู้อยู่ดี

สิ่งที่ทำได้แทนการลดราคา

  • เพิ่มมูลค่าแทนการลดราคา เช่น แถมซองทดลองสินค้าตัวอื่น ซึ่งต้นทุนต่ำแต่ลูกค้ารู้สึกได้มาก และยังเป็นการแนะนำสินค้าตัวอื่นไปในตัว
  • ทำชุดรวมหลายชิ้น ราคารวมสูงขึ้นแต่ราคาต่อชิ้นถูกลง ได้ยอดต่อครั้งมากขึ้นโดยไม่ได้ทำลายราคาสินค้าเดี่ยว
  • ลดเฉพาะกลุ่มและมีเงื่อนไข เช่น ส่วนลดสำหรับคนซื้อครั้งแรกเท่านั้น ซึ่งไม่กระทบภาพราคาโดยรวม

เมื่อไหร่ควรขึ้นราคา

แบรนด์ใหม่มักกลัวการขึ้นราคาจนไม่กล้าทำ ทั้งที่ต้นทุนวัตถุดิบและค่าส่งขึ้นทุกปี การไม่ขึ้นราคาเลยจึงเท่ากับกำไรหดลงเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว

สัญญาณที่บอกว่าขึ้นได้คือ มีลูกค้าที่ซื้อซ้ำอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง มีคนพูดถึงสินค้าในแง่คุณภาพไม่ใช่แค่ราคา และคุณมีอะไรใหม่ให้พูดถึงพร้อมกับการขึ้นราคา เช่น ปรับสูตรให้ดีขึ้นหรือเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์

วิธีที่ราบรื่นที่สุดคือขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ แจ้งล่วงหน้าให้ลูกค้าเดิมได้ซื้อในราคาเดิมเป็นครั้งสุดท้าย และขึ้นทีละน้อยแต่สม่ำเสมอ ดีกว่าอั้นไว้หลายปีแล้วขึ้นทีเดียวเยอะ

สรุปและก้าวต่อไป

การตั้งราคาที่ถูกต้องเริ่มจากต้นทุนของคุณเองขึ้นไป ไม่ใช่จากราคาคู่แข่งลงมา และต้องเผื่องบการตลาดไว้ในราคาตั้งแต่แรก เพราะสินค้าที่ไม่มีใครรู้จักคือสินค้าที่ขายไม่ได้ไม่ว่าราคาจะดีแค่ไหน ส่วนการลดราคาควรเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะขึ้นกลับยากกว่าที่คิดมาก

VayoOEM ช่วยคำนวณราคาต่อชิ้นตามสเปกจริงของคุณให้ก่อนตัดสินใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมิน ทำให้คุณเริ่มคำนวณราคาขายจากตัวเลขจริงไม่ใช่จากการเดา ดูช่วงงบและจำนวนขั้นต่ำได้ที่ ราคาและจำนวนขั้นต่ำ และดูปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนขยับที่ ราคาผลิตครีมขึ้นอยู่กับอะไร

แจ้งสูตรที่สนใจ ขนาดบรรจุ และจำนวนที่คิดไว้มาที่ หน้าติดต่อ แล้วรับตัวเลขจริงกลับไปวางแผนราคาได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ควรตั้งราคาเป็นกี่เท่าของต้นทุน
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกกรณี เพราะขึ้นกับช่องทางขายเป็นหลัก การขายเองผ่านไลน์ต้องการส่วนต่างน้อยกว่าการขายบนแพลตฟอร์มที่มีทั้งค่าธรรมเนียม ส่วนลด และแคมเปญส่งฟรี วิธีที่ถูกต้องคือไล่บวกทีละชั้นจากต้นทุนจริง รวมงบการตลาดเข้าไปด้วย แล้วดูว่าราคาที่ได้ยังแข่งขันได้หรือไม่
ลืมคิดอะไรบ่อยที่สุดตอนตั้งราคา
งบการตลาดคือสิ่งที่ลืมบ่อยที่สุด รองลงมาคือของเสียกับของแจก และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม หลายแบรนด์คิดแค่ต้นทุนสินค้าบวกกำไรที่อยากได้ แล้วพบทีหลังว่าไม่เหลือเงินทำให้คนรู้จักสินค้าเลย ซึ่งเป็นสาเหตุการตายของแบรนด์ใหม่ที่พบบ่อยที่สุด
ขายไม่ดี ควรลดราคาไหม
ควรตรวจก่อนว่าปัญหาอยู่ที่ราคาจริงหรือเปล่า ถ้ายังมีคนเห็นสินค้าน้อยมาก การลดราคาไม่ช่วยเพราะไม่มีใครรู้อยู่ดี ถ้ามีคนเห็นเยอะแต่ไม่ซื้อ ปัญหาอาจอยู่ที่การสื่อสารว่าสินค้าทำอะไรหรือความน่าเชื่อถือ การลดราคาควรเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะขึ้นกลับยากมาก
ตั้งราคาให้ขนาดใหญ่คุ้มกว่ามาก ๆ ดีไหม
ไม่ดี เพราะถ้าขนาดใหญ่คุ้มกว่ามากเกินไป ทุกคนจะซื้อขนาดใหญ่อย่างเดียว ทำให้เสียโอกาสขายให้คนที่ยังไม่พร้อมจ่ายเยอะ หลักที่ใช้ได้คือให้ขนาดกลางเป็นตัวที่ดูคุ้มที่สุด เพราะเป็นขนาดที่คนส่วนใหญ่เลือก ส่วนขนาดเล็กมีไว้ให้คนใหม่กล้าลอง
ควรขึ้นราคาเมื่อไหร่
เมื่อมีลูกค้าที่ซื้อซ้ำอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง มีคนพูดถึงสินค้าในแง่คุณภาพไม่ใช่แค่ราคา และคุณมีอะไรใหม่ให้พูดถึงพร้อมกับการขึ้นราคา เช่น ปรับสูตรหรือเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ วิธีที่ราบรื่นคือแจ้งล่วงหน้าให้ลูกค้าเดิมซื้อราคาเดิมได้ครั้งสุดท้าย และขึ้นทีละน้อยแต่สม่ำเสมอ ดีกว่าอั้นหลายปีแล้วขึ้นทีเดียวเยอะ
แถมของดีกว่าลดราคาจริงไหม
จริงในกรณีส่วนใหญ่ เพราะของแถมมีต้นทุนตามราคาทุนแต่ลูกค้ารับรู้มูลค่าตามราคาขาย ทำให้คุ้มกว่าการลดราคาเท่ากัน และที่สำคัญคือไม่ทำลายภาพราคาของสินค้า ซองทดลองสินค้าตัวอื่นเป็นของแถมที่คุ้มที่สุด เพราะต้นทุนต่ำและยังเป็นการแนะนำสินค้าตัวอื่นไปในตัว
ราคาที่คำนวณได้สูงกว่าคู่แข่งมาก ทำอย่างไร
อย่าลดกำไรทิ้ง ให้ย้อนกลับไปดูว่าลดต้นทุนก้อนไหนได้บ้าง เช่น เพิ่มจำนวนผลิตต่อล็อตเพื่อเฉลี่ยต้นทุนคงที่ ใช้สูตรมาตรฐานแทนการพัฒนาใหม่ หรือเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ถูกลงโดยยังปกป้องสูตรได้ ถ้าลดไม่ได้จริง ๆ ให้พิจารณาว่าจะขายด้วยจุดขายอื่นที่คู่แข่งไม่มีแทนการแข่งราคา
ขายส่งให้ตัวแทนควรตั้งราคาอย่างไร
ต้องเผื่อส่วนต่างให้ตัวแทนมีกำไรพอที่จะอยากขาย ถ้าให้น้อยเกินไปเขาจะไปขายของเจ้าอื่นแทน แต่ข้อดีคือคุณไม่ต้องแบกค่าโฆษณาและค่าส่งรายชิ้นเอง จึงยอมรับส่วนต่างที่ต่ำกว่าการขายปลีกได้ สิ่งสำคัญคือต้องกำหนดราคาขายปลีกที่แนะนำให้ชัด ไม่ให้ตัวแทนตัดราคากันเองจนพังทั้งระบบ

แหล่งอ้างอิงและช่องทางตรวจสอบ

ข้อมูลด้านกฎหมายและมาตรฐานในบทความนี้อ้างอิงจากหน่วยงานต่อไปนี้ ควรตรวจสอบข้อกำหนดฉบับล่าสุดจากต้นทางเสมอ