คำว่า ทดสอบความปลอดภัยเครื่องสำอาง ครอบคลุมการทดสอบหลายชนิดที่ราคาต่างกันมาก ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นบาท ปัญหาของแบรนด์เริ่มต้นคือไม่รู้ว่าอันไหนบังคับ อันไหนควรทำ และอันไหนทำไปก็ไม่ได้ใช้ ทำให้บางคนไม่ทดสอบอะไรเลยแล้วไปเจอปัญหาทีหลัง ส่วนบางคนจ่ายค่าทดสอบที่ยังไม่จำเป็นจนงบหมดก่อนได้ทำการตลาด บทความนี้แยกให้ชัดว่าอะไรคืออะไร และควรทำอะไรก่อนหลัง

แบ่งเป็นสามกลุ่มก่อน

กลุ่มทำเพื่ออะไรข้ามได้ไหม
ที่กฎหมายเกี่ยวข้องให้สินค้าขายได้ถูกต้องไม่ได้
ที่ทำเพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้ล็อตแรกพังหรือถูกร้องเรียนได้แต่เสี่ยงมาก
ที่ทำเพื่อใช้เป็นจุดขายเขียนบนฉลากหรือใช้ในโฆษณาได้ ทำทีหลังได้

ลำดับที่คุ้มที่สุดคือทำกลุ่มแรกให้ครบ ทำกลุ่มที่สองเท่าที่งบไหว และเก็บกลุ่มที่สามไว้ทำตอนที่พิสูจน์แล้วว่าสินค้าขายได้ เพราะการจ่ายค่าทดสอบเพื่อเขียนคำโฆษณาสวย ๆ บนสินค้าที่ยังไม่รู้ว่ามีคนซื้อไหม คือการใช้เงินผิดลำดับ

กลุ่มที่หนึ่ง เรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมาย

เครื่องสำอางที่ขายในไทยต้องจดแจ้งกับ อย. ก่อนวางจำหน่าย ซึ่งเป็นการแจ้งข้อมูลสินค้าและส่วนประกอบให้ทางการทราบ ไม่ใช่การรับรองคุณภาพ

สิ่งที่ต้องเตรียมคือข้อมูลสูตรและส่วนประกอบ ข้อมูลผู้ผลิต และรายละเอียดสินค้า ซึ่งโรงงานเป็นคนเตรียมให้ในส่วนที่เกี่ยวกับการผลิต ส่วนคุณเป็นผู้ยื่นในนามแบรนด์ อ่านขั้นตอนเต็มได้ที่ จดแจ้งเครื่องสำอาง อย. ต้องเตรียมอะไร

เรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือส่วนผสมบางตัวเป็นสารที่ห้ามใช้ หรือใช้ได้แต่จำกัดปริมาณ และบางตัวต้องมีคำเตือนเฉพาะบนฉลาก โรงงานที่ทำงานเป็นระบบจะตรวจให้ตั้งแต่ขั้นออกแบบสูตร ไม่ใช่ปล่อยให้ไปเจอตอนยื่นจดแจ้ง

กลุ่มที่สอง ทดสอบเพื่อลดความเสี่ยง

กลุ่มนี้ไม่ได้บังคับตามกฎหมาย แต่เป็นตัวที่ป้องกันไม่ให้ล็อตแรกกลายเป็นหายนะ และเป็นกลุ่มที่ผมแนะนำว่าอย่าประหยัด

ทดสอบความคงตัว

ตอบคำถามว่าสินค้าจะยังเหมือนเดิมไหมเมื่อผ่านไปหลายเดือน ทำโดยเก็บตัวอย่างในสภาพต่าง ๆ แล้วตรวจเป็นระยะ ทั้งการเก็บในอุณหภูมิสูงกว่าปกติเพื่อเร่งให้เห็นแนวโน้ม การทดสอบรอบร้อนเย็นสลับกัน และการเก็บในสภาพจริง

นี่คือการทดสอบที่คุ้มที่สุดในบรรดาทั้งหมด เพราะป้องกันปัญหาที่พบบ่อยที่สุดอย่างการแยกชั้น เปลี่ยนสี และกลิ่นหืน อ่านรายละเอียดได้ที่ อายุการเก็บของครีม กำหนดจากอะไร

ทดสอบเรื่องเชื้อ

มีสองแบบที่ทำหน้าที่ต่างกัน แบบแรกคือการตรวจว่าสินค้าที่ผลิตออกมามีเชื้อปนเปื้อนหรือไม่ ซึ่งเป็นการตรวจของที่ผลิตแล้ว แบบที่สองคือการทดสอบว่าระบบกันเสียในสูตรทำงานได้จริงหรือไม่ โดยการใส่เชื้อเข้าไปแล้วดูว่าระบบจัดการได้ไหม

แบบที่สองสำคัญมากสำหรับสูตรที่มีน้ำสูงและบรรจุในกระปุกที่ผู้ใช้ต้องจ้วงด้วยนิ้วทุกวัน เพราะเป็นสถานการณ์ที่เชื้อเข้าไปเรื่อย ๆ ตลอดอายุการใช้งาน

ทดสอบความเข้ากันได้กับบรรจุภัณฑ์

ทำโดยบรรจุเนื้อสูตรจริงลงภาชนะจริงแล้วเก็บไว้ระยะหนึ่ง เพื่อดูว่าเนื้อกัดพลาสติกไหม ขวดบวมหรือเปลี่ยนสีไหม ฉลากลอกไหม เป็นการทดสอบที่ราคาไม่แพงแต่คนข้ามบ่อยที่สุด และเมื่อพลาดคือต้องทิ้งทั้งล็อต

ห้องแล็บทดสอบความคงตัวและความปลอดภัยของเครื่องสำอาง
การทดสอบความคงตัวคุ้มที่สุดในบรรดาทั้งหมด เพราะป้องกันปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของล็อตแรก

กลุ่มที่สาม ทดสอบเพื่อใช้เป็นจุดขาย

กลุ่มนี้ทำเพื่อให้เขียนบางคำบนฉลากหรือในโฆษณาได้ ซึ่งมีมูลค่าทางการตลาดจริง แต่ต้องเข้าใจว่าไม่ได้ทำให้สินค้าปลอดภัยขึ้น มันแค่ทำให้พูดได้มากขึ้น

  • ทดสอบการระคายเคืองในอาสาสมัคร ใช้อ้างคำว่าผ่านการทดสอบการระคายเคือง ต้องระบุได้ว่าทดสอบกับกี่คนและโดยใคร
  • ทดสอบว่าไม่ก่อให้เกิดสิวอุดตัน ใช้กับสินค้าที่เจาะกลุ่มผิวมันและผิวเป็นสิวง่าย ต้องทดสอบเฉพาะเรื่องนี้ ไม่ใช่อนุมานจากส่วนผสม
  • ทดสอบประสิทธิภาพตามที่อ้าง เช่น ถ้าจะบอกว่าความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นตามตัวเลขที่ระบุ ต้องมีข้อมูลรองรับตามนั้นจริง
  • ทดสอบการกันน้ำหรือความติดทน ต้องทดสอบตามระยะเวลาที่จะอ้าง

กฎที่ต้องจำคือ ถ้าเขียนคำเหล่านี้โดยไม่มีผลทดสอบรองรับแล้วมีคนถามหา จะกลายเป็นการโฆษณาเป็นเท็จซึ่งร้ายแรงกว่าการไม่เขียนเลย อ่านเรื่องขอบเขตคำที่ใช้ได้ที่ คำโฆษณาเครื่องสำอาง อะไรพูดได้ อะไรพูดไม่ได้

ลำดับที่แนะนำสำหรับแบรนด์งบจำกัด

ลำดับทำอะไรเหตุผล
1ตรวจสูตรว่าส่วนผสมใช้ได้ตามกฎหมายถ้าผิดตั้งแต่ต้นทุกอย่างที่ทำต่อไปเสียเปล่า
2ทดสอบความคงตัวป้องกันปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของล็อตแรก
3ทดสอบเนื้อสูตรกับบรรจุภัณฑ์จริงราคาถูกแต่พลาดแล้วทิ้งทั้งล็อต
4ตรวจเชื้อในล็อตที่ผลิตยืนยันว่าของที่ส่งถึงลูกค้าปลอดภัย
5ทดสอบระบบกันเสียสำคัญมากถ้าใช้กระปุกและสูตรมีน้ำสูง
6ทดสอบการระคายเคืองทำเมื่อพร้อมใช้เป็นจุดขาย
7ทดสอบประสิทธิภาพตามที่อ้างทำเมื่อสินค้าขายได้แล้วและอยากยกระดับ

ข้อหนึ่งถึงสามควรทำทุกกรณีไม่ว่างบจะจำกัดแค่ไหน เพราะเป็นด่านที่ป้องกันความเสียหายใหญ่ที่สุดด้วยเงินน้อยที่สุด

เรื่องที่การทดสอบทำไม่ได้

สิ่งสำคัญที่ควรเข้าใจคือ ไม่มีการทดสอบใดที่รับประกันว่าจะไม่มีใครแพ้เลย เพราะการแพ้เป็นปฏิกิริยาเฉพาะบุคคลที่เกิดได้กับทุกสูตรแม้แต่สูตรที่อ่อนโยนที่สุด

การทดสอบการระคายเคืองบอกได้ว่าในกลุ่มอาสาสมัครที่ทดสอบไม่พบการระคายเคือง ซึ่งลดความเสี่ยงลงมากแต่ไม่ใช่การรับประกัน นี่คือเหตุผลที่คำว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นคำที่ไม่ควรใช้ ไม่ว่าคุณจะทดสอบมาแค่ไหน

สิ่งที่ควรทำแทนคือเขียนคำแนะนำให้ทดสอบที่ท้องแขนก่อนใช้ทั่วใบหน้า และระบุส่วนประกอบให้ครบถ้วนเพื่อให้คนที่รู้ว่าตัวเองแพ้อะไรตรวจสอบได้เอง

สรุปและก้าวต่อไป

การทดสอบแบ่งเป็นสามกลุ่มคือ ที่กฎหมายเกี่ยวข้อง ที่ทำเพื่อลดความเสี่ยง และที่ทำเพื่อใช้เป็นจุดขาย แบรนด์เริ่มต้นควรทำสองกลุ่มแรกให้ครบก่อน แล้วเก็บกลุ่มที่สามไว้ทำเมื่อพิสูจน์แล้วว่าสินค้าขายได้ การทดสอบความคงตัวคือตัวที่คุ้มที่สุดและไม่ควรเร่งหรือข้ามไม่ว่ากรณีใด

VayoOEM มีห้องแล็บและระบบ QC อยู่ที่โรงงานเองที่ปากเกร็ด นนทบุรี ตรวจสูตรว่าส่วนผสมใช้ได้ตามกฎหมายตั้งแต่ขั้นออกแบบ และเก็บตัวอย่างทุกล็อตไว้ให้ตรวจย้อนได้ ดูรายละเอียดระบบคุณภาพได้ที่ มาตรฐานโรงงานและระบบ QC

ไม่แน่ใจว่าสูตรของคุณควรทดสอบอะไรบ้างและงบเท่าไหร่ ส่งรายละเอียดมาให้ทีมงานประเมินได้ที่ หน้าติดต่อ เราแนะนำตามความจำเป็นจริง ไม่ได้เชียร์ให้ทดสอบทุกอย่าง

คำถามที่พบบ่อย

ต้องทดสอบอะไรบ้างถึงจะขายได้ตามกฎหมาย
สิ่งที่กฎหมายกำหนดคือต้องจดแจ้งกับ อย. ก่อนวางจำหน่าย และส่วนผสมต้องไม่มีสารต้องห้ามหรือเกินปริมาณที่กำหนด ส่วนการทดสอบอย่างความคงตัวและการระคายเคืองไม่ได้บังคับโดยตรง แต่เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อลดความเสี่ยงและเพื่อให้ตอบได้เมื่อมีคนถามถึงความปลอดภัยของสินค้า
ถ้างบมีจำกัดมาก ควรทดสอบอะไรก่อน
สามอย่างคือ ตรวจว่าส่วนผสมในสูตรใช้ได้ตามกฎหมาย ทดสอบความคงตัว และทดสอบเนื้อสูตรกับบรรจุภัณฑ์จริง ทั้งสามอย่างนี้ราคาไม่สูงเมื่อเทียบกับความเสียหายที่ป้องกันได้ และครอบคลุมปัญหาที่ทำให้ล็อตแรกต้องทิ้งได้เกือบทั้งหมด ส่วนการทดสอบเพื่อใช้เป็นจุดขายเก็บไว้ทำทีหลังได้
ทดสอบความคงตัวข้ามได้ไหมถ้าใช้สูตรมาตรฐานของโรงงาน
ถ้าเป็นสูตรมาตรฐานที่โรงงานเคยผลิตและทดสอบมาแล้ว ไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด แต่ควรขอดูผลทดสอบที่มีอยู่ และถ้ามีการปรับอะไรก็ตาม เช่น เปลี่ยนกลิ่นหรือเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ ควรทดสอบเพิ่มในส่วนที่เปลี่ยน เพราะการเปลี่ยนแม้เล็กน้อยก็กระทบความคงตัวได้
ผ่านการทดสอบแล้วรับประกันว่าไม่มีใครแพ้ได้ไหม
ไม่ได้ เพราะการแพ้เป็นปฏิกิริยาเฉพาะบุคคลที่เกิดได้กับทุกสูตรแม้แต่สูตรที่อ่อนโยนที่สุด การทดสอบบอกได้แค่ว่าในกลุ่มอาสาสมัครที่ทดสอบไม่พบการระคายเคือง ซึ่งลดความเสี่ยงลงมากแต่ไม่ใช่การรับประกัน จึงไม่ควรใช้คำว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกกรณี
ทดสอบเชื้อกับทดสอบระบบกันเสีย ต่างกันอย่างไร
การตรวจเชื้อคือการตรวจของที่ผลิตแล้วว่ามีการปนเปื้อนหรือไม่ ส่วนการทดสอบระบบกันเสียคือการใส่เชื้อเข้าไปในสูตรแล้วดูว่าระบบจัดการได้ไหม อย่างแรกตอบว่าของล็อตนี้สะอาดหรือเปล่า อย่างหลังตอบว่าสูตรนี้จะทนได้ไหมเมื่อผู้ใช้จ้วงนิ้วทุกวันตลอดอายุการใช้งาน
ใครเป็นคนจ่ายค่าทดสอบ โรงงานหรือเจ้าของแบรนด์
ขึ้นกับข้อตกลง โดยทั่วไปการตรวจพื้นฐานที่โรงงานทำอยู่แล้วในกระบวนการผลิตจะรวมอยู่ในค่าผลิต ส่วนการทดสอบเพิ่มเติมโดยหน่วยงานภายนอก เช่น การทดสอบการระคายเคือง มักเป็นค่าใช้จ่ายของเจ้าของแบรนด์ ควรถามให้ชัดตั้งแต่ตอนขอใบเสนอราคาว่าอะไรรวมอยู่แล้วบ้าง
ทดสอบแล้วเก็บผลไว้อย่างไร
เก็บเป็นไฟล์และสำเนากระดาษไว้กับเอกสารของสินค้านั้น พร้อมระบุว่าทดสอบเมื่อไหร่ โดยใคร และกับสูตรเวอร์ชันไหน จุดสุดท้ายสำคัญมากเพราะถ้าปรับสูตรภายหลัง ผลทดสอบเดิมอาจใช้อ้างไม่ได้อีก ควรเก็บไว้ให้หยิบใช้ได้ทันทีเมื่อมีคนถามหรือเมื่อต้องยื่นเอกสาร
สินค้าที่ไม่มีน้ำเลย เช่น บาล์ม ต้องทดสอบน้อยกว่าไหม
ความเสี่ยงเรื่องจุลินทรีย์ต่ำกว่ามากเพราะไม่มีน้ำให้เชื้อเติบโต แต่ยังต้องทดสอบความคงตัวอยู่ เพราะมีความเสี่ยงอีกแบบคือกลิ่นหืนจากปฏิกิริยาระหว่างน้ำมันกับออกซิเจน และการตกผลึกของไขเมื่อเจออุณหภูมิเปลี่ยน ซึ่งทั้งสองอย่างกระทบคุณภาพที่ลูกค้าสัมผัสได้โดยตรง

แหล่งอ้างอิงและช่องทางตรวจสอบ

ข้อมูลด้านกฎหมายและมาตรฐานในบทความนี้อ้างอิงจากหน่วยงานต่อไปนี้ ควรตรวจสอบข้อกำหนดฉบับล่าสุดจากต้นทางเสมอ