การจดแจ้งเครื่องสำอางคือการแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนผลิตหรือนำเข้าเพื่อขายในประเทศไทย ซึ่งเป็น ข้อบังคับตามกฎหมาย ไม่ใช่ทางเลือก เมื่อจดแจ้งแล้วคุณจะได้ใบรับจดแจ้งพร้อมเลขที่ใบรับจดแจ้ง ซึ่งต้องแสดงบนฉลากให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้ บทความนี้สรุปให้ครบว่าใครมีหน้าที่จดแจ้ง ต้องเตรียมข้อมูลอะไร ความสัมพันธ์ระหว่างสูตรกับใบรับจดแจ้ง ข้อกำหนดฉลาก และคำโฆษณาที่กฎหมายไม่อนุญาต เพื่อให้คุณวางขายได้อย่างสบายใจ

ข้อควรทราบ: บทความนี้อธิบายในเชิงหลักการเพื่อให้เจ้าของแบรนด์เข้าใจภาพรวม รายละเอียดปลีกย่อย เช่น แบบฟอร์ม ขั้นตอนในระบบ ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาดำเนินการ อาจมีการปรับปรุงตามประกาศของทางราชการ กรุณาตรวจสอบข้อกำหนดที่เป็นปัจจุบันจากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา fda.moph.go.th หรือสอบถามเจ้าหน้าที่โดยตรงก่อนดำเนินการทุกครั้ง

จดแจ้งเครื่องสำอางคืออะไร

ประเทศไทยจัดให้เครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องควบคุมภายใต้กฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง โดยใช้ระบบ “จดแจ้ง” ซึ่งต่างจากระบบ “ขึ้นทะเบียน” ของยา ความหมายคือผู้ประกอบการต้องแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ อย. ทราบก่อนผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย โดยผู้ประกอบการเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ที่แจ้งไว้

จุดที่เจ้าของแบรนด์มือใหม่มักเข้าใจผิดคือคิดว่าการได้ใบรับจดแจ้งเท่ากับ “อย. รับรองว่าสินค้าดี” ซึ่งไม่ใช่ ใบรับจดแจ้งเป็นหลักฐานว่าคุณได้แจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ไว้ตามที่กฎหมายกำหนดแล้วเท่านั้น ความรับผิดชอบต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และความถูกต้องของข้อมูลยังคงอยู่ที่ผู้ประกอบการเสมอ และหน่วยงานสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดได้ตลอดเวลา

ทำไมจึงเป็นข้อบังคับ ไม่ใช่ทางเลือก

เครื่องสำอางเป็นสินค้าที่สัมผัสร่างกายโดยตรงและมีผู้ใช้เป็นวงกว้าง กฎหมายจึงกำหนดให้มีระบบติดตามได้ว่าผลิตภัณฑ์แต่ละตัวมีส่วนผสมอะไร ผลิตที่ไหน โดยใคร เพื่อให้สามารถสอบกลับและจัดการได้ทันทีหากพบปัญหา

การผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อขายโดยไม่จดแจ้ง หรือแสดงข้อความบนฉลากไม่ถูกต้อง เป็นความผิดที่มีบทลงโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังส่งผลทางธุรกิจโดยตรง เพราะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ห้างค้าปลีก ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ และตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่ ล้วนขอเลขที่ใบรับจดแจ้งก่อนรับสินค้าเข้าระบบ ถ้าไม่มี คุณจะขายได้เฉพาะช่องทางที่จำกัดมากและมีความเสี่ยงถูกระงับสินค้าได้ตลอดเวลา

ระบบจดแจ้งเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

  • ผู้ผลิตเพื่อขาย คือโรงงานหรือสถานที่ผลิตที่ผลิตเครื่องสำอางเพื่อจำหน่าย
  • ผู้รับจ้างผลิต คือโรงงานที่ผลิตให้แบรนด์อื่นตามคำสั่ง
  • ผู้นำเข้าเพื่อขาย คือผู้ที่นำเครื่องสำอางจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในไทย
  • เจ้าของแบรนด์ ที่จ้างโรงงานผลิตให้ ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรงแม้ไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง

ใครมีหน้าที่จดแจ้ง และเจ้าของแบรนด์เกี่ยวข้องอย่างไร

คำถามที่เจอบ่อยที่สุดคือ “จ้างโรงงานผลิต แล้วใครเป็นคนจดแจ้ง” คำตอบคือขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างคุณกับโรงงาน และเป็นเรื่องที่ต้องคุยให้ชัดตั้งแต่ก่อนเริ่มผลิต เพราะมีผลระยะยาวต่อแบรนด์ของคุณมากกว่าที่คิด

กรณีที่ 1 โรงงานเป็นผู้จดแจ้ง

เป็นรูปแบบที่พบบ่อยกับแบรนด์เปิดใหม่ เพราะโรงงานมีข้อมูลสถานที่ผลิตและรายละเอียดสูตรอยู่แล้ว จึงดำเนินการได้เร็วและสะดวกกว่า ข้อดีคือเจ้าของแบรนด์ไม่ต้องจัดการเอกสารเองทั้งหมด และไม่ต้องมีสถานะเป็นผู้ผลิตในระบบ

ข้อควรระวังคือใบรับจดแจ้งจะอยู่ในชื่อของโรงงาน ซึ่งหมายความว่าถ้าวันหนึ่งคุณต้องการย้ายโรงงาน คุณจะต้องดำเนินการจดแจ้งใหม่กับผู้ผลิตรายใหม่ ไม่สามารถ “ยกใบเดิมไปใช้” ได้ ประเด็นนี้ควรคุยกันตั้งแต่แรกพร้อมกับเรื่องสิทธิ์ในสูตร ซึ่งเราอธิบายไว้ละเอียดในบทความ OEM กับ ODM เครื่องสำอาง ต่างกันอย่างไร

กรณีที่ 2 เจ้าของแบรนด์เป็นผู้จดแจ้งเอง

ในกรณีนี้เจ้าของแบรนด์จะต้องมีสถานะและเอกสารตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับผู้ประกอบการ และต้องระบุข้อมูลสถานที่ผลิตให้ครบถ้วน โดยขอข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องจากโรงงานผู้รับจ้างผลิต

ข้อดีคือใบรับจดแจ้งอยู่ในชื่อคุณ ทำให้ควบคุมทิศทางของแบรนด์ได้มากกว่า แต่ก็มาพร้อมภาระความรับผิดชอบตามกฎหมายที่มากขึ้น และต้องเข้าใจข้อกำหนดต่าง ๆ ด้วยตัวเองมากขึ้นเช่นกัน แบรนด์ที่วางแผนโตในระยะยาวและอาจใช้โรงงานหลายแห่งมักเลือกแนวทางนี้

ไม่ว่าจะเลือกแนวทางไหน สิ่งที่ต้องทำเหมือนกันคือ ตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าใครเป็นผู้ยื่นจดแจ้ง ใบรับจดแจ้งอยู่ในชื่อใคร ใครรับผิดชอบการต่ออายุ และถ้าเลิกทำงานร่วมกันในอนาคตจะจัดการอย่างไร

ตัวอย่างเก็บทุกล็อตพร้อมบันทึกเลขล็อต ข้อมูลสำคัญที่ใช้ประกอบการจดแจ้งเครื่องสำอางและการตรวจสอบย้อนกลับ
ระบบเก็บตัวอย่างและบันทึกเลขล็อตของโรงงาน คือสิ่งที่ทำให้ตรวจสอบย้อนกลับได้จริงเมื่อมีคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งไว้

ข้อมูลและเอกสารที่ต้องเตรียมโดยทั่วไป

รายละเอียดของเอกสารอาจแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์และสถานะของผู้ยื่น รวมทั้งอาจมีการปรับปรุงตามประกาศของทางราชการ ตารางด้านล่างจึงเป็นภาพรวมเชิงหลักการเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้ล่วงหน้า ไม่ใช่รายการทางการที่ใช้แทนการตรวจสอบจากเว็บไซต์ อย.

หมวดสิ่งที่ต้องเตรียมใครมักเป็นคนจัดหา
ข้อมูลผู้ประกอบการเอกสารแสดงตัวตนหรือหลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคล และข้อมูลสถานที่ประกอบการตามที่ระบบกำหนดผู้ยื่นจดแจ้ง
ข้อมูลสถานที่ผลิตชื่อและที่ตั้งของสถานที่ผลิต พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการผลิตโรงงานผู้รับจ้างผลิต
ชื่อผลิตภัณฑ์ชื่อทางการค้าและชื่อผลิตภัณฑ์ที่จะใช้บนฉลาก ต้องไม่สื่อความหมายเกินจริงหรือชวนให้เข้าใจผิดในสรรพคุณเจ้าของแบรนด์
ประเภทผลิตภัณฑ์ระบุประเภทให้ตรงกับลักษณะการใช้จริง เช่น ครีมบำรุงผิวหน้า โลชั่นบำรุงผิวกาย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าเจ้าของแบรนด์ร่วมกับโรงงาน
สูตรส่วนประกอบรายการสารทั้งหมดที่ใช้ พร้อมชื่อสากลและสัดส่วนตามรูปแบบที่กำหนด ต้องไม่มีสารที่ห้ามใช้ และหากมีสารที่ควบคุมปริมาณต้องอยู่ในเกณฑ์ที่อนุญาตโรงงานหรือผู้พัฒนาสูตร
ข้อมูลบนฉลากร่างฉลากภาษาไทยที่มีข้อความครบตามที่กฎหมายกำหนดเจ้าของแบรนด์ร่วมกับโรงงาน
ขนาดบรรจุและภาชนะปริมาณสุทธิ ชนิดของภาชนะบรรจุ และรูปแบบการจำหน่าย เช่น กระปุก หลอด ขวดปั๊ม หรือซองเจ้าของแบรนด์
วัตถุประสงค์การใช้วิธีใช้ บริเวณที่ใช้ และคำเตือนที่จำเป็นตามลักษณะผลิตภัณฑ์เจ้าของแบรนด์ร่วมกับโรงงาน

สิ่งที่ควรเตรียมเพิ่มแม้ไม่ใช่เอกสารยื่น

นอกจากเอกสารสำหรับการจดแจ้งแล้ว ยังมีข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่คุณควรมีติดมือไว้ตั้งแต่วันแรก เพราะจะถูกขอในหลายสถานการณ์ ทั้งเวลาเปิดร้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เวลาเจรจากับตัวแทนจำหน่าย หรือเวลามีคำถามจากผู้บริโภค

  • ข้อมูลเลขล็อต วันผลิต และวันหมดอายุ ของทุกล็อตที่ผลิต เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ
  • ตัวอย่างสินค้าที่เก็บไว้จากแต่ละล็อต ซึ่งใช้เทียบเมื่อมีคำถามเรื่องคุณภาพจากปลายทาง
  • ภาพฉลากจริงและกล่องจริง ที่ใช้จำหน่าย ควรเก็บไว้ทุกเวอร์ชันที่เคยผลิต
  • เอกสารจากโรงงาน เช่น ข้อมูลสถานที่ผลิต และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสูตรที่ใช้
  • ข้อความโฆษณาที่ผ่านการตรวจแล้ว เพื่อให้ทีมการตลาดใช้เป็นแนวทางเดียวกันทุกช่องทาง

ที่โรงงานของเรา ทุกล็อตการผลิตจะมีการเก็บตัวอย่าง (Bulk Retain) พร้อมบันทึกเลขล็อต วันผลิต และวันหมดอายุไว้ ทำให้เมื่อมีคำถามจากผู้บริโภคหรือคู่ค้า เราสามารถย้อนกลับไปดูล็อตที่เกี่ยวข้องได้จริง อ่านรายละเอียดกระบวนการควบคุมคุณภาพเพิ่มเติมได้ที่ มาตรฐานการผลิตของโรงงาน

ความสัมพันธ์ระหว่างสูตรกับใบรับจดแจ้ง

หลักการที่ต้องจำให้แม่นคือ ใบรับจดแจ้งผูกกับสูตรที่แจ้งไว้ ไม่ใช่ผูกกับชื่อแบรนด์ลอย ๆ ดังนั้นถ้าส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไปจากที่แจ้งไว้ ข้อมูลที่แจ้งก็จะไม่ตรงกับสินค้าที่วางขายจริงอีกต่อไป ซึ่งเป็นปัญหาทั้งในแง่กฎหมายและในแง่ความน่าเชื่อถือ

เปลี่ยนสูตรแล้วต้องทำอย่างไร

โดยหลักการ การเปลี่ยนแปลงที่กระทบ ส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ถือเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการทางเอกสาร ไม่สามารถเปลี่ยนเงียบ ๆ แล้วใช้ใบเดิมได้ ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

  • เพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนสารสกัดที่ใช้ในสูตร
  • เปลี่ยนความเข้มข้นของสารที่มีการควบคุมปริมาณ
  • เปลี่ยนระบบสารกันเสียหรือระบบเนื้อสัมผัสจนโครงสร้างสูตรเปลี่ยน
  • เปลี่ยนสถานที่ผลิตไปยังโรงงานอื่น
  • เปลี่ยนประเภทหรือวัตถุประสงค์การใช้ของผลิตภัณฑ์

ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่ไม่กระทบส่วนประกอบ เช่น ปรับดีไซน์กราฟิกบนกล่องโดยข้อความตามกฎหมายยังครบถ้วนเหมือนเดิม มักมีแนวปฏิบัติที่ต่างออกไป อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การพิจารณาว่าอะไรถือเป็นการแก้ไขข้อมูลและอะไรถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ อาจมีการปรับปรุงตามประกาศ จึงควรตรวจสอบแนวปฏิบัติที่เป็นปัจจุบันจากเว็บไซต์ อย. หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนดำเนินการทุกครั้ง

ทำไมเรื่องนี้สำคัญกับแบรนด์ที่กำลังโต

แบรนด์ที่ขายดีมักอยากปรับสูตรให้ดีขึ้นตามฟีดแบ็กลูกค้า เช่น ปรับเนื้อให้บางลง เปลี่ยนกลิ่น หรือเพิ่มสารสกัดตัวใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่ต้องวางแผนเรื่องเอกสารควบคู่ไปด้วย ไม่ใช่ปรับสูตรเสร็จแล้วค่อยมาคิดเรื่องนี้ทีหลัง เพราะจะทำให้แผนเปิดตัวสะดุด

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ เมื่อคิดจะปรับสูตร ให้แจ้งโรงงานตั้งแต่ต้นว่าคุณต้องการเปลี่ยนอะไร แล้วให้ทีมงานช่วยประเมินว่าการเปลี่ยนนั้นกระทบข้อมูลที่แจ้งไว้หรือไม่ ก่อนจะเริ่มสั่งบรรจุภัณฑ์ล็อตใหม่ ถ้าคุณอยู่ในช่วงวางแผนขยายไลน์สินค้า ลองอ่าน คู่มือเริ่มต้นสร้างแบรนด์ครีม ประกอบเพื่อวางลำดับงานให้ครบตั้งแต่ต้น

เนื้อครีมกำลังผสมในถังสแตนเลส สูตรที่ผลิตต้องตรงกับข้อมูลที่จดแจ้งเครื่องสำอางไว้
สูตรที่ผลิตจริงต้องตรงกับข้อมูลที่แจ้งไว้ทุกล็อต การเปลี่ยนส่วนประกอบจึงต้องวางแผนเรื่องเอกสารควบคู่ไปด้วยเสมอ

เลขที่ใบรับจดแจ้งบนฉลาก และวิธีให้ผู้บริโภคตรวจสอบ

เมื่อจดแจ้งเรียบร้อย ผลิตภัณฑ์จะมีเลขที่ใบรับจดแจ้งซึ่งต้อง แสดงบนฉลาก ให้ผู้บริโภคเห็นได้ชัดเจน นี่คือหมายเลขที่ทำให้ใครก็ตามสามารถตรวจสอบได้ว่าผลิตภัณฑ์นี้มีการแจ้งข้อมูลไว้จริง และข้อมูลที่แจ้งตรงกับสิ่งที่เห็นบนฉลากหรือไม่

ผู้บริโภคตรวจสอบได้อย่างไร

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามีระบบสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ประชาชนตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ของหน่วยงาน โดยกรอกเลขที่ใบรับจดแจ้งหรือค้นจากชื่อผลิตภัณฑ์ ช่องทางและหน้าจอของระบบอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ แนะนำให้เข้าที่เว็บไซต์ อย. เพื่อดูช่องทางที่เป็นปัจจุบัน

ทำไมแบรนด์ควรบอกลูกค้าให้ตรวจสอบ

หลายแบรนด์กลัวว่าการชวนให้ลูกค้าตรวจสอบจะทำให้ดูไม่มั่นใจ ความจริงตรงกันข้าม การบอกเลขที่ใบรับจดแจ้งอย่างเปิดเผยและชวนให้ตรวจสอบ เป็นการสื่อสารความโปร่งใสที่ทรงพลังมากในตลาดที่ผู้บริโภคระวังตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเมื่อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่ลูกค้าไม่ได้เห็นสินค้าจริงก่อนซื้อ

สิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดคือการนำเลขที่ใบรับจดแจ้งของผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งไปใช้กับผลิตภัณฑ์อีกตัวหนึ่งที่สูตรไม่เหมือนกัน เพราะนอกจากผิดกฎหมายแล้ว ยังพังทันทีเมื่อมีคนตรวจสอบและพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับสินค้าที่ถืออยู่ในมือ

ข้อกำหนดฉลากเครื่องสำอางโดยหลักการ

ฉลากเครื่องสำอางที่จำหน่ายในไทยต้องเป็น ภาษาไทย อ่านได้ชัดเจน และมีข้อความตามที่กฎหมายกำหนดครบถ้วน โดยหลักการแล้วข้อมูลที่ต้องมีจะครอบคลุมประเด็นต่อไปนี้

  • ชื่อและประเภทของผลิตภัณฑ์ ที่สื่อถึงลักษณะการใช้จริง
  • รายการสารทั้งหมดที่ใช้เป็นส่วนผสม แสดงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  • วิธีใช้ ที่ชัดเจนเพียงพอให้ผู้บริโภคใช้ได้อย่างถูกต้อง
  • ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ตามที่กฎหมายกำหนด
  • ปริมาณสุทธิ ของผลิตภัณฑ์
  • เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต หรือเลขล็อต เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ
  • เดือนและปีที่ผลิต หรือวันหมดอายุ ตามรูปแบบที่กำหนด
  • คำเตือน ที่จำเป็นตามลักษณะของผลิตภัณฑ์และส่วนประกอบที่ใช้
  • เลขที่ใบรับจดแจ้ง ที่แสดงชัดเจนบนฉลาก

ข้อจำกัดด้านพื้นที่บนบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนล่วงหน้า โดยเฉพาะสินค้าประเภทซองหรือหลอดขนาดเล็ก เพราะข้อความตามกฎหมายกินพื้นที่มากกว่าที่หลายคนคาด ถ้าคุณกำลังพิจารณาสินค้ารูปแบบซอง อ่านข้อควรรู้เพิ่มเติมได้ที่ รับผลิตครีมซอง และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียกับรูปแบบกระปุกได้ที่ ครีมซองกับครีมกระปุก เลือกแบบไหนดี

ข้อแนะนำเชิงปฏิบัติ: ให้ออกแบบฉลากพร้อมกับตอนพัฒนาสูตร ไม่ใช่หลังจากสั่งผลิตบรรจุภัณฑ์ไปแล้ว เพราะหากพบภายหลังว่าข้อความไม่ครบหรือพื้นที่ไม่พอ การแก้ไขจะมีต้นทุนสูงและกระทบกำหนดการเปิดตัว

ข้อความโฆษณาที่ทำไม่ได้ตามกฎหมาย

นี่คือหัวข้อที่ทำให้แบรนด์เจอปัญหามากที่สุด เพราะหลายครั้งเจ้าของแบรนด์ไม่ได้ตั้งใจฝ่าฝืน แต่ใช้คำที่ “ฟังดูขายดี” ตามที่เห็นคนอื่นใช้ในโซเชียล โดยไม่รู้ว่าคำเหล่านั้นเข้าข่ายผิดกฎหมาย

หลักการที่จำง่ายที่สุดมีสามข้อ หนึ่ง เครื่องสำอางไม่ใช่ยา จึงห้ามอ้างว่ารักษา บำบัด บรรเทา หรือป้องกันโรค สอง เครื่องสำอางทำงานที่ผิวชั้นนอก จึงห้ามอ้างว่าเปลี่ยนโครงสร้างของผิวหรือร่างกาย และสาม ห้ามพูดเกินจริงหรือรับประกันผลลัพธ์ ที่พิสูจน์ไม่ได้

ตารางเปรียบเทียบคำโฆษณาที่ใช้ได้กับใช้ไม่ได้

ข้อความที่ใช้ไม่ได้เหตุผลแนวทางที่ใช้แทนได้
รักษาสิว รักษาฝ้า กำจัดสิวหายอ้างสรรพคุณทางยาในการรักษาโรค ซึ่งไม่ใช่ขอบเขตของเครื่องสำอางดูแลผิวให้ดูเรียบเนียน ช่วยให้ผิวดูมีสุขภาพดี
ทำให้หน้าขาว ขาวขึ้น 3 ระดับสื่อการเปลี่ยนสีผิวเกินจริงและรับประกันผลเป็นตัวเลขช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
ลดริ้วรอยถาวร ยกกระชับเหมือนทำหัตถการอ้างการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผิวและเทียบกับหัตถการทางการแพทย์ช่วยให้ผิวดูเต่งตึงขึ้น ผิวดูอิ่มน้ำ
ปลอดภัย 100% ไม่มีผลข้างเคียงแน่นอนรับประกันความปลอดภัยแบบสัมบูรณ์ซึ่งพิสูจน์ไม่ได้ผ่านการคัดเลือกวัตถุดิบตามเกณฑ์ที่กำหนด และผลิตภายใต้การควบคุมคุณภาพ
เห็นผลใน 3 วัน การันตีคืนเงินถ้าไม่ขาวรับประกันผลลัพธ์และระบุระยะเวลาแน่นอนเกินจริงใช้ต่อเนื่องเป็นประจำเพื่อการดูแลผิวในระยะยาว
ดีที่สุดในประเทศไทย อันดับหนึ่งเป็นการอวดอ้างเกินจริงและเปรียบเทียบโดยไม่มีหลักฐานรองรับสื่อสารจุดเด่นที่พิสูจน์ได้จริง เช่น เนื้อสัมผัส ขนาดบรรจุ หรือสารสกัดที่ใช้
ปลอดภัยแม้กินได้ ใช้แทนยาได้ทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญและอ้างการใช้แทนยาระบุวิธีใช้และบริเวณที่ใช้ให้ชัดเจนตามที่ออกแบบไว้
อ้างชื่อสถาบันหรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อรับรองสรรพคุณเป็นการโฆษณาที่ทำให้เข้าใจผิดในสรรพคุณและมีข้อจำกัดทางกฎหมายสื่อสารข้อมูลของผลิตภัณฑ์ตามข้อเท็จจริงที่มีเอกสารรองรับ

ข้อควรระวังที่มักถูกมองข้าม

  • รีวิวจากลูกค้า ถ้าแบรนด์นำมาโพสต์ซ้ำหรือใช้เป็นสื่อโฆษณา ข้อความในรีวิวนั้นก็อยู่ในความรับผิดชอบของแบรนด์ด้วย ต้องคัดกรองก่อนใช้
  • ภาพก่อนและหลัง เป็นจุดที่มีข้อจำกัดสูง เพราะสื่อถึงการรับประกันผล ควรตรวจสอบแนวปฏิบัติที่เป็นปัจจุบันก่อนใช้เสมอ
  • คำที่ใช้ในแคปชัน ชื่อสินค้า และชื่อร้าน ไม่ใช่แค่ในโฆษณาที่จ่ายเงิน ทุกข้อความที่สื่อสารต่อสาธารณะอยู่ในขอบเขตเดียวกัน
  • ข้อความที่พนักงานขายหรือตัวแทนใช้ ควรมีคู่มือคำพูดกลางให้ทุกคนใช้ตรงกัน เพื่อไม่ให้ใครสร้างคำอ้างเกินจริงขึ้นเองในการปิดการขาย

วิธีที่ปลอดภัยและได้ผลทางการตลาดในระยะยาวคือ ขายที่ประสบการณ์การใช้จริง เช่น เนื้อสัมผัส กลิ่น ความสะดวกในการพกพา ความรู้สึกหลังทา และเรื่องราวของแบรนด์ แทนการขายด้วยคำอ้างสรรพคุณที่เสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย แนวทางการวางจุดขายแบบนี้เราเขียนไว้ที่ การสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง

ตรวจสอบเนื้อครีมในห้องแล็บ ขั้นตอนก่อนเตรียมข้อมูลจดแจ้ง อย. เครื่องสำอาง
ข้อมูลสูตรและผลการตรวจสอบในห้องแล็บคือฐานของข้อมูลที่ใช้ในการจดแจ้ง จึงควรจัดเก็บให้เป็นระบบตั้งแต่ล็อตแรก

บทบาทของโรงงานรับผลิตในการช่วยเตรียมเอกสาร

โรงงานรับผลิตไม่ใช่แค่คนผสมเนื้อครีมแล้วบรรจุใส่กระปุก แต่เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่คุณต้องใช้ในการจดแจ้ง เพราะข้อมูลหลายอย่างอยู่ในมือโรงงาน ไม่ได้อยู่ในมือเจ้าของแบรนด์

สิ่งที่โรงงานที่ดีควรช่วยคุณได้

  • ให้ข้อมูลสูตรในรูปแบบที่ใช้ยื่นได้ พร้อมชื่อสารตามหลักสากลและสัดส่วนตามที่ต้องใช้
  • ตรวจสอบสูตรเบื้องต้น ว่าไม่มีสารที่ห้ามใช้ และสารที่มีการควบคุมอยู่ในเกณฑ์ที่อนุญาต
  • ช่วยตรวจร่างฉลาก ว่ามีข้อความตามที่กฎหมายกำหนดครบหรือไม่ ก่อนสั่งพิมพ์จริง
  • ให้ข้อมูลสถานที่ผลิต ที่ต้องใช้ประกอบการยื่น
  • เตือนเรื่องคำโฆษณา เมื่อเห็นว่าคอนเซปต์ที่ลูกค้าตั้งใจสื่อสารมีความเสี่ยง
  • แจ้งผลกระทบเมื่อจะปรับสูตร ว่ากระทบข้อมูลที่แจ้งไว้หรือไม่ ก่อนเริ่มดำเนินการ

สิ่งที่โรงงานทำแทนคุณไม่ได้คือการรับผิดชอบแทนในสิ่งที่คุณสื่อสารออกไปเอง เพราะสุดท้ายแล้วเจ้าของแบรนด์คือคนที่ควบคุมข้อความการตลาดทั้งหมด โรงงานช่วยเตือนและช่วยเตรียมเอกสารได้ แต่การตัดสินใจว่าจะพูดอะไรกับตลาดยังเป็นของคุณ

VayoOEM ช่วยเรื่องนี้อย่างไร

บริษัท วาโย โปรดักส์ จำกัด เป็นโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่ตั้งอยู่จริงที่ปากเกร็ด นนทบุรี กำลังการผลิตเฉลี่ยประมาณ 10,000-20,000 ชิ้นต่อวัน ทีมงานของเราให้คำแนะนำเรื่องเอกสารและขั้นตอนการจดแจ้งเครื่องสำอางกับเจ้าของแบรนด์ที่ทำงานกับเรา เพื่อให้คนที่เพิ่งเริ่มต้นไม่หลงทางในขั้นตอนราชการจนเสียเวลาเปิดตัวไปเป็นเดือน

นอกจากนี้เรายังมีระบบเก็บตัวอย่างทุกล็อตพร้อมบันทึกเลขล็อต วันผลิต และวันหมดอายุ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการตรวจสอบย้อนกลับที่คุณจะต้องใช้จริงเมื่อแบรนด์เริ่มมีลูกค้าจำนวนมาก และสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเจาะกลุ่มลูกค้ามุสลิม เรามีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฮาลาลจากสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (การรับรองออกให้ตามรายการผลิตภัณฑ์ที่ยื่นขอ) เลขทะเบียน กอท.ฮล. V597/2569

เราเปิดให้ลูกค้านัดหมายเข้าเยี่ยมชมโรงงานได้ก่อนตัดสินใจ เพราะการเห็นไลน์ผลิตและระบบบันทึกข้อมูลจริงจะบอกอะไรได้มากกว่าการอ่านเอกสาร ถ้าคุณมีคำถามเรื่องเอกสาร สูตร หรือแผนเปิดตัวสินค้า ทักมาคุยกับทีมงานได้ที่ หน้าติดต่อ หรือดูบริการหลักได้ที่ รับผลิตครีม

ลำดับงานที่แนะนำ ก่อนวางขายจริง

เพื่อให้เห็นภาพรวมว่าควรทำอะไรก่อนหลัง นี่คือลำดับที่ใช้ได้กับแบรนด์ส่วนใหญ่

  1. สรุปคอนเซปต์และกลุ่มเป้าหมาย ให้ชัดว่าสินค้าคืออะไร ขายใคร ราคาขายเท่าไร
  2. เลือกโรงงานและสรุปสูตร ไม่ว่าจะเป็นสูตรมาตรฐานที่ปรับตามคอนเซปต์ หรือสูตรที่พัฒนาขึ้นใหม่
  3. ตกลงให้ชัดว่าใครเป็นผู้จดแจ้ง และใบรับจดแจ้งจะอยู่ในชื่อใคร พร้อมทำเป็นลายลักษณ์อักษร
  4. รวบรวมข้อมูลและเอกสาร ตามที่ระบบกำหนด โดยประสานข้อมูลจากโรงงานควบคู่ไปด้วย
  5. ออกแบบฉลากพร้อมตรวจข้อความตามกฎหมาย ก่อนสั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์จริง
  6. ดำเนินการจดแจ้งและรอเลขที่ใบรับจดแจ้ง แล้วนำมาใส่บนฉลากให้ครบถ้วน
  7. ตรวจข้อความการตลาดทุกชิ้น ทั้งเว็บ โซเชียล และคู่มือพนักงานขาย ให้อยู่ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต
  8. ผลิตล็อตจริงและจัดเก็บข้อมูลล็อต พร้อมตัวอย่างเก็บไว้เพื่อการตรวจสอบย้อนกลับ
  9. เปิดตัวและติดตามฟีดแบ็ก โดยวางแผนเรื่องเอกสารไว้ล่วงหน้าหากจะปรับสูตรในอนาคต

ถ้าคุณยังอยู่ในขั้นตอนเลือกโรงงาน ลองใช้เกณฑ์ประเมินใน วิธีเลือกโรงงานผลิตครีม และดูว่ามาตรฐานโรงงานหมายถึงอะไรบ้างในทางปฏิบัติที่ มาตรฐานโรงงานเครื่องสำอางที่ควรรู้

สรุป

การจดแจ้งเครื่องสำอางไม่ใช่ขั้นตอนที่น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด แต่เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบได้ และเพื่อให้ตลาดมีมาตรฐานเดียวกัน สิ่งที่ทำให้เจ้าของแบรนด์เจอปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่ความยากของขั้นตอน แต่คือการเริ่มคิดเรื่องนี้ช้าเกินไป จนต้องแก้ฉลาก แก้ข้อความโฆษณา หรือเลื่อนวันเปิดตัว

สามเรื่องที่ควรจำให้แม่นคือ หนึ่ง ใบรับจดแจ้งผูกกับสูตรที่แจ้งไว้ ดังนั้นเปลี่ยนสูตรต้องคิดเรื่องเอกสารทุกครั้ง สอง ฉลากต้องครบตามที่กฎหมายกำหนดและต้องวางแผนพื้นที่ตั้งแต่ตอนออกแบบบรรจุภัณฑ์ และสาม คำโฆษณาคือจุดเสี่ยงที่สุด ให้ขายด้วยประสบการณ์จริงแทนคำอ้างสรรพคุณเกินจริง

และข้อสุดท้ายที่สำคัญที่สุด ขั้นตอน แบบฟอร์ม และเกณฑ์ต่าง ๆ อาจมีการปรับปรุงตามประกาศของทางราชการ ก่อนดำเนินการทุกครั้งจึงควรตรวจสอบข้อกำหนดที่เป็นปัจจุบันจากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสอบถามเจ้าหน้าที่โดยตรง เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่คุณทำอยู่ตรงกับหลักเกณฑ์ ณ ขณะนั้นจริง ๆ

คำถามที่พบบ่อย

จดแจ้งเครื่องสำอางกับขึ้นทะเบียนต่างกันอย่างไร
เครื่องสำอางในประเทศไทยใช้ระบบจดแจ้ง คือผู้ประกอบการแจ้งข้อมูลผลิตภัณฑ์ต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อนผลิตหรือนำเข้าเพื่อขาย โดยผู้ประกอบการรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ขณะที่ระบบขึ้นทะเบียนซึ่งใช้กับผลิตภัณฑ์บางประเภทเช่นยา จะมีการพิจารณาเชิงลึกก่อนอนุญาต ใบรับจดแจ้งจึงไม่ได้หมายความว่าหน่วยงานรับรองคุณภาพสินค้าให้
จ้างโรงงานผลิต ใครเป็นคนจดแจ้ง
ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างเจ้าของแบรนด์กับโรงงาน อาจเป็นโรงงานผู้รับจ้างผลิตเป็นผู้ยื่น หรือเจ้าของแบรนด์ยื่นเองโดยขอข้อมูลสถานที่ผลิตและข้อมูลสูตรจากโรงงาน สิ่งสำคัญคือต้องตกลงกันให้ชัดเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่ก่อนเริ่มผลิตว่าใครยื่น ใบรับจดแจ้งอยู่ในชื่อใคร และใครรับผิดชอบเรื่องการต่ออายุ
เปลี่ยนสูตรแล้วต้องจดแจ้งใหม่ไหม
โดยหลักการ ใบรับจดแจ้งผูกกับข้อมูลส่วนประกอบที่แจ้งไว้ หากมีการเปลี่ยนแปลงที่กระทบส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ เช่น เพิ่มหรือเปลี่ยนสารสกัด หรือเปลี่ยนสถานที่ผลิต จะต้องดำเนินการทางเอกสาร ไม่สามารถใช้ข้อมูลเดิมต่อได้ ส่วนเกณฑ์ว่าอะไรถือเป็นการแก้ไขข้อมูลและอะไรถือเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ อาจปรับปรุงตามประกาศ ควรตรวจสอบแนวปฏิบัติปัจจุบันจากเว็บไซต์ อย. ก่อนดำเนินการ
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้เลขที่ใบรับจดแจ้ง
ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของข้อมูลที่ยื่น ประเภทผลิตภัณฑ์ และแนวปฏิบัติของหน่วยงานในช่วงเวลานั้น เราจึงไม่ระบุจำนวนวันแบบฟันธงไว้ในบทความ เพราะอาจทำให้วางแผนผิดพลาด แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันจากเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และเผื่อเวลาในแผนเปิดตัวสินค้าไว้เสมอ
ฉลากเครื่องสำอางต้องมีอะไรบ้าง
โดยหลักการต้องเป็นภาษาไทย อ่านชัดเจน และมีข้อมูลสำคัญครบ ได้แก่ ชื่อและประเภทผลิตภัณฑ์ รายการสารที่ใช้เป็นส่วนผสม วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ปริมาณสุทธิ เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต เดือนปีที่ผลิตหรือวันหมดอายุ คำเตือนที่จำเป็น และเลขที่ใบรับจดแจ้ง ควรออกแบบฉลากไปพร้อมกับการพัฒนาสูตร เพื่อไม่ให้พื้นที่บนบรรจุภัณฑ์ไม่พอในภายหลัง
คำโฆษณาแบบไหนที่ใช้ไม่ได้
คำที่อ้างสรรพคุณทางยาเช่นรักษาโรค คำที่อ้างการเปลี่ยนโครงสร้างของผิวหรือร่างกาย คำที่รับประกันผลลัพธ์หรือระบุระยะเวลาเห็นผลแบบชี้ชัด และคำที่อวดอ้างเกินจริงเช่นดีที่สุดหรืออันดับหนึ่งโดยไม่มีหลักฐาน ล้วนเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ทางที่ปลอดภัยกว่าคือสื่อสารด้วยประสบการณ์การใช้จริงเช่นเนื้อสัมผัส กลิ่น และความรู้สึกหลังทา
ผู้บริโภคตรวจสอบเลขที่ใบรับจดแจ้งได้อย่างไร
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยามีระบบสืบค้นข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้ประชาชนตรวจสอบผ่านเว็บไซต์และช่องทางออนไลน์ของหน่วยงาน โดยค้นจากเลขที่ใบรับจดแจ้งหรือชื่อผลิตภัณฑ์ ช่องทางอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ แนะนำให้เข้าเว็บไซต์ อย. เพื่อดูช่องทางที่เป็นปัจจุบัน การเปิดเผยเลขที่ใบรับจดแจ้งอย่างชัดเจนยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ด้วย
โรงงานช่วยเรื่องเอกสารจดแจ้งได้มากแค่ไหน
โรงงานที่ทำงานเป็นระบบจะช่วยได้ในส่วนที่ข้อมูลอยู่ในมือโรงงาน เช่น ข้อมูลสูตรในรูปแบบที่ใช้ยื่น การตรวจสอบเบื้องต้นว่าไม่มีสารที่ห้ามใช้ การช่วยตรวจร่างฉลากก่อนสั่งพิมพ์ และการแจ้งผลกระทบเมื่อจะปรับสูตร ทีมงานของเราให้คำแนะนำเรื่องเอกสารและขั้นตอนกับแบรนด์ที่ทำงานร่วมกัน แต่การตัดสินใจเรื่องข้อความการตลาดยังเป็นความรับผิดชอบของเจ้าของแบรนด์เสมอ

แหล่งอ้างอิงและช่องทางตรวจสอบ

ข้อมูลด้านกฎหมายและมาตรฐานในบทความนี้อ้างอิงจากหน่วยงานต่อไปนี้ ควรตรวจสอบข้อกำหนดฉบับล่าสุดจากต้นทางเสมอ