กันแดดเป็นสินค้าเดียวในกลุ่มสกินแคร์ที่ ตัวเลขหน้ากล่องเป็นคำกล่าวอ้างที่ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่การตัดสินใจทางการตลาด คุณเลือกไม่ได้ว่าอยากให้ขึ้น SPF 50 เพราะขายดีกว่า ตัวเลขนั้นต้องมาจากการทดสอบผลิตภัณฑ์สูตรสำเร็จของคุณเอง บทความนี้อธิบายว่าต้องผ่านอะไร ทำไมมันกินเวลาและงบมากกว่าที่คิด และควรวางแผนอย่างไรไม่ให้ไปติดตอนจะพิมพ์ฉลาก

SPF กับ PA บอกคนละเรื่อง

ค่าบอกอะไรได้มาอย่างไร
SPFความสามารถในการปกป้องจากรังสีที่ทำให้ผิวไหม้แดง เป็นค่าที่คนคุ้นที่สุดทดสอบกับผลิตภัณฑ์สูตรสำเร็จตามวิธีที่เป็นมาตรฐานสากล
PAระดับการปกป้องจากรังสีอีกช่วงหนึ่งที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนสีผิวและความเสื่อมของผิวในระยะยาว แสดงเป็นเครื่องหมายบวกทดสอบแยกจาก SPF ใช้วิธีคนละแบบ
Broad spectrum หรือคำทำนองเดียวกันครอบคลุมรังสีทั้งสองช่วงมีเกณฑ์เฉพาะของแต่ละตลาด ไม่ใช่คำที่เติมได้เอง
กันน้ำยังคงการปกป้องหลังสัมผัสน้ำตามระยะเวลาที่กำหนดมีวิธีทดสอบของตัวเองแยกต่างหาก ไม่ใช่ผลพลอยได้จาก SPF

ทุกคำในตารางนี้เป็นคำเคลมที่ต้องมีผลทดสอบรองรับ ไม่ใช่คำบรรยายที่นักการตลาดเติมเข้าไปได้ การเขียนคำที่ไม่มีหลักฐานรองรับบนฉลากมีความเสี่ยงทางกฎหมาย อ่านเรื่องขอบเขตคำโฆษณาเพิ่มที่ โฆษณาเครื่องสำอาง อะไรพูดได้ อะไรพูดไม่ได้

สามข้อที่เปลี่ยนวิธีวางแผนทั้งโครงการ

1. ต้องทดสอบสูตรสำเร็จ ไม่ใช่ส่วนผสม

ค่าการปกป้องไม่ได้คำนวณจากชนิดและปริมาณสารกันแดดในสูตร แต่มาจากการทดสอบผลิตภัณฑ์ที่เสร็จแล้วจริง ๆ เพราะเนื้อสัมผัส การกระจายตัวบนผิว และการเกลี่ยของสูตร ล้วนมีผลต่อการปกป้องที่วัดได้ สูตรสองตัวที่ใส่สารกันแดดเท่ากันอาจได้ค่าไม่เท่ากัน

2. แก้สูตรเมื่อไหร่ ผลเดิมใช้อ้างไม่ได้อีก

นี่คือข้อที่ทำให้กันแดดต่างจากสินค้าอื่นมากที่สุด ในงานครีมทั่วไป คุณปรับกลิ่นหรือปรับสีทีหลังได้ค่อนข้างอิสระ แต่กันแดดที่ทดสอบแล้ว การเปลี่ยนสูตรแปลว่าผลทดสอบเดิมไม่ครอบคลุมสิ่งที่คุณกำลังจะขาย ต้องประเมินใหม่

ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติคือ สูตรกันแดดต้องล็อกเร็วกว่าสินค้าประเภทอื่น รอบทดลองตัวอย่างทั้งหมดต้องจบก่อนส่งทดสอบ ไม่ใช่ทดสอบไปด้วยแก้ไปด้วย

3. เป็นทั้งงบและเวลาที่ต้องกันไว้ตั้งแต่ต้น

การทดสอบเป็นรายการค่าใช้จ่ายจริงและเป็นช่วงเวลาที่กั้นกลางระหว่างการปิดสูตรกับการสั่งพิมพ์ฉลาก ถ้าไม่ได้กันไว้ตั้งแต่วางแผน มันจะไปโผล่ตอนที่คุณคิดว่าใกล้จะได้ขายแล้ว ซึ่งเป็นจุดที่แก้ยากที่สุด

ลำดับงานของโครงการกันแดด

  • 1. ระบุตลาดและระดับการปกป้องที่ต้องการ — สารกันแดดที่อนุญาตให้ใช้และเพดานความเข้มข้นต่างกันในแต่ละตลาด ข้อนี้กำหนดว่าคุณมีเครื่องมืออะไรให้ใช้บ้าง
  • 2. พัฒนาสูตรและทดลองตัวอย่างให้จบ — ตัดสินเรื่องเนื้อสัมผัสให้เสร็จในขั้นนี้ เพราะแก้ทีหลังมีราคาสูง
  • 3. ล็อกสูตร — ยืนยันเป็นทางการว่าไม่แก้อีก
  • 4. ส่งทดสอบ — กันทั้งงบและสัปดาห์ไว้ในแผน
  • 5. ออกแบบฉลากโดยใช้ตัวเลขที่ได้จริง — ไม่ใช่ตัวเลขที่หวังไว้
  • 6. ดำเนินการด้านเอกสารและจดแจ้ง — ตามตลาดที่จะขาย
  • 7. ผลิต — ขั้นตอนนี้ใช้เวลาน้อยที่สุดในทั้งโครงการ

สิ่งที่ลูกค้าบ่นจริง ๆ แทบไม่ใช่ตัวเลข

เรื่องน่าสนใจคือ รีวิวที่ทำให้กันแดดขายไม่ออกส่วนใหญ่ไม่ได้พูดถึงค่าการปกป้องเลย แต่พูดถึงสัมผัสตอนใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ตัดสินกันในขั้นทดลองตัวอย่าง

ปัญหาเกิดจากอะไรแก้ตอนไหน
ทาแล้วหน้าวอกระบบสารกันแดดที่เลือกใช้เป็นตัวกำหนดหลักขั้นออกแบบสูตร แก้ตอนท้ายแทบไม่ได้
เหนียวหนักหน้ามันการปกป้องระดับสูงมักดันให้เนื้อหนักขึ้น การทำให้บางเบาที่ค่าสูงคือส่วนที่ยากที่สุดขั้นทดลองตัวอย่าง คุ้มที่จะใช้หลายรอบ
ขึ้นขุยใต้เมกอัปสูตรเข้ากันไม่ได้กับรองพื้นที่กลุ่มเป้าหมายใช้ต้องทดสอบทับรองพื้นจริงตอนลองตัวอย่าง
แสบตาระบบสารกันแดดบางแบบขั้นทดลองตัวอย่าง ถ้าปล่อยผ่านจะเจอในรีวิว

คำแนะนำที่ใช้ได้จริงคือ ตอนทดลองตัวอย่าง ให้ทดสอบแบบที่ลูกค้าจะใช้จริง คือทาทั้งหน้า ทับรองพื้นถ้ากลุ่มเป้าหมายแต่งหน้า แล้วดูผลหลังผ่านไปหลายชั่วโมง ไม่ใช่ป้ายหลังมือในห้องประชุมแล้วบอกว่าผ่าน

ผลิตกันแดดกับ VAYO OEM

เรารับผลิตกันแดดสำหรับผิวหน้าและผิวกาย ทั้งเนื้อบางเบาและเนื้อครีม จากไลน์ผลิตของเราเองที่ปากเกร็ด นนทบุรี ดูรายละเอียดบริการที่หน้า โรงงานผลิตครีมกันแดด

สิ่งที่เราจะบอกตั้งแต่คุยครั้งแรกคือ ค่าการปกป้องที่จะขึ้นฉลากต้องผ่านการทดสอบก่อน และเราจะไม่พิมพ์ตัวเลขที่ไม่มีผลรองรับให้ ไม่ว่าจะอยากได้แค่ไหน เพราะนั่นคือความเสี่ยงที่ตกอยู่กับแบรนด์ของคุณ ไม่ใช่ของเรา

แจ้งตลาดที่จะขาย ระดับการปกป้องที่ตั้งใจ และรูปแบบสินค้ามาทาง LINE เราจะบอกว่าลำดับงานควรเป็นอย่างไร และต้องเผื่อเวลากับงบส่วนไหนไว้บ้าง

คำถามที่พบบ่อย

อยากได้ SPF 50 ทำได้เลยไหม
เราพัฒนาสูตรมุ่งไปที่ระดับการปกป้องที่ต้องการได้ แต่ตัวเลขที่จะขึ้นฉลากต้องมาจากผลทดสอบของสูตรสำเร็จ ไม่ใช่จากการตั้งเป้า ใครก็ตามที่ยินดีพิมพ์ตัวเลขให้โดยไม่มีผลทดสอบ กำลังสร้างความเสี่ยงให้แบรนด์คุณ ไม่ได้ช่วยคุณ
ใครเป็นคนจ่ายค่าทดสอบ
เป็นต้นทุนของโครงการที่ต้องกันไว้ในงบตั้งแต่ต้น แจ้งตลาดและระดับการปกป้องที่ต้องการมา เราจะอธิบายว่าการทดสอบสำหรับกรณีของคุณเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง ให้มองว่าเป็นทั้งรายการค่าใช้จ่ายจริงและช่วงเวลาที่กั้นอยู่ในแผน ไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อยตอนท้าย
โครงการกันแดดใช้เวลานานกว่าครีมทั่วไปแค่ไหน
นานกว่า เพราะมีขั้นทดสอบคั่นระหว่างการปิดสูตรกับการทำฉลาก ตัวการผลิตเองยังใช้เวลาประมาณ 7–14 วันสำหรับสูตรที่นิ่งแล้ว นับจากยืนยันสูตร บรรจุภัณฑ์ เอกสาร และชำระเงินตามเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว แต่นั่นเป็นขั้นสุดท้าย ไม่ใช่ทั้งไทม์ไลน์
ขายกันแดดตัวเดียวกันหลายประเทศได้ไหม
บางครั้งได้ แต่อย่าเพิ่งสมมติ สารกันแดดที่อนุญาต เพดานความเข้มข้น วิธีวัดค่า และวิธีแสดงบนฉลาก ต่างกันระหว่างตลาด แจ้งทุกประเทศที่ตั้งใจขายตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่หลังจากประเทศแรกเสร็จแล้ว อ่านเรื่องการวางแผนส่งออกที่ ส่งออกเครื่องสำอางจากไทย
ทำกันแดดแบบซองได้ไหม
ได้ และเป็นวิธีที่ดีในการแจกทดลองหรือทดสอบตลาดก่อนลงทุนบรรจุภัณฑ์เต็มรูปแบบ แต่ข้อกำหนดเรื่องการทดสอบและการแสดงค่าบนฉลากยังเหมือนเดิมทุกประการ ไม่ได้ผ่อนปรนเพราะเป็นซอง ดูรูปแบบซองได้ที่ รับผลิตครีมซอง
ปรับแค่กลิ่นกับสี ต้องทดสอบใหม่ไหม
ต้องประเมินเป็นกรณีไป การเปลี่ยนแปลงที่ดูเล็กน้อยอาจกระทบการกระจายตัวของสูตรบนผิวได้ หลักที่ปลอดภัยคือถือว่าการแก้สูตรหลังทดสอบแล้วต้องตรวจสอบใหม่เสมอ และวางแผนให้ตัดสินใจเรื่องกลิ่นกับสีให้จบก่อนส่งทดสอบ

แหล่งอ้างอิงและช่องทางตรวจสอบ

ข้อมูลด้านกฎหมายและมาตรฐานในบทความนี้อ้างอิงจากหน่วยงานต่อไปนี้ ควรตรวจสอบข้อกำหนดฉบับล่าสุดจากต้นทางเสมอ