คำถาม โลชั่นกับบอดี้ครีม ต่างกันอย่างไร ตอบสั้นที่สุดคือต่างกันที่สัดส่วนระหว่างน้ำกับน้ำมันในสูตร โลชั่นมีน้ำมากกว่าจึงเหลวและซึมเร็ว บอดี้ครีมมีน้ำมันและไขมากกว่าจึงข้นและอยู่บนผิวได้นานกว่า ความต่างนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องความรู้สึกตอนทา แต่ลากยาวไปถึงต้นทุนต่อชิ้น บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ได้ ฤดูกาลที่ขายดี และกลุ่มลูกค้าที่จะซื้อซ้ำ บทความนี้แยกให้เห็นทุกมิติ พร้อมตารางเทียบและวิธีตัดสินใจสำหรับแบรนด์ที่กำลังจะสั่งผลิตล็อตแรก

โลชั่นกับบอดี้ครีมต่างกันตรงไหนจริง ๆ

หลายคนเข้าใจว่าบอดี้ครีมคือโลชั่นที่ผสมให้ข้นขึ้น ความจริงไม่ใช่แบบนั้น ทั้งสองอย่างเป็นอิมัลชันเหมือนกัน คือการทำให้น้ำกับน้ำมันอยู่รวมกันได้โดยไม่แยกชั้น แต่สัดส่วนของสองเฟสนี้ต่างกันตั้งแต่ตอนออกแบบสูตร ไม่ใช่การเติมสารเพิ่มความข้นลงไปทีหลัง

  • โลชั่น มีเฟสน้ำเป็นส่วนใหญ่ เนื้อไหลได้ เทออกจากขวดง่าย ทาแล้วซึมเร็วและไม่ทิ้งความรู้สึกเหนียว
  • บอดี้ครีม มีสัดส่วนน้ำมัน ไข และสารให้ความชุ่มชื้นสูงกว่า เนื้อข้นจนตักได้ ทาแล้วเหลือเป็นชั้นบาง ๆ ที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิว

เมื่อสัดส่วนต่างกัน สิ่งที่ตามมาคือทุกอย่างต่างกันตาม ตั้งแต่ปริมาณสารกันเสียที่ต้องใช้ ไปจนถึงเครื่องบรรจุที่รองรับได้ โรงงานจึงไม่ได้มองว่าเป็นสินค้าประเภทเดียวกันที่ปรับความข้น แต่มองเป็นสองสูตรที่มีโจทย์คนละแบบ

ตารางเปรียบเทียบโลชั่นกับบอดี้ครีม

หัวข้อโลชั่นบอดี้ครีม
สัดส่วนน้ำสูงต่ำกว่า
ความรู้สึกตอนทาลื่น ซึมเร็ว ไม่เหนียวเนียนหนา รู้สึกเป็นฟิล์มบำรุง
ปริมาณที่ใช้ต่อครั้งมากกว่า เพราะเนื้อบางน้อยกว่า เพราะเนื้อเข้มข้น
ฤดูกาลที่ขายดีตลอดปี โดยเฉพาะอากาศร้อนช่วงอากาศเย็นและแห้ง
กลุ่มลูกค้าหลักใช้ประจำทุกวันหลังอาบน้ำผิวแห้ง อยู่ห้องแอร์ ต้องการบำรุงเข้มข้น
ราคาขายต่อชิ้นตั้งได้ต่ำกว่า ขายด้วยปริมาณตั้งได้สูงกว่า ขายด้วยคุณค่า
บรรจุภัณฑ์ที่เข้ากันขวดปั๊ม ขวดฝาฟลิปกระปุก หลอดบีบ
ความเสี่ยงเรื่องเชื้อสูงกว่า เพราะน้ำมากต่ำกว่า แต่ยังต้องมีระบบกันเสีย
ความยากในการคุมความคงตัวสูงกว่า เพราะเนื้อเหลวแยกชั้นง่ายต่ำกว่า เนื้อข้นช่วยพยุงระบบ

ตารางนี้เป็นภาพรวมของสองกลุ่ม ไม่ใช่กฎตายตัว สูตรจริงมีระดับความข้นได้ต่อเนื่องตั้งแต่โลชั่นบางมากไปจนถึงบัตเตอร์เนื้อแน่น และหลายแบรนด์เลือกจุดที่อยู่ตรงกลางเพราะเหมาะกับตลาดของตัวเองที่สุด

เลือกจากอะไร ถ้าจะสั่งผลิตล็อตแรก

อย่าเริ่มจากคำถามว่าชอบเนื้อแบบไหน เพราะรสนิยมของเจ้าของแบรนด์กับของลูกค้ามักไม่ตรงกัน ให้เริ่มจากสามคำถามนี้แทน

ลูกค้าของคุณจะใช้สินค้านี้ตอนไหน

ถ้าคำตอบคือทาทุกเช้าก่อนออกจากบ้าน โลชั่นเหมาะกว่าชัดเจน เพราะไม่มีใครอยากรอครีมข้น ๆ ซึมก่อนใส่เสื้อ แต่ถ้าคำตอบคือทาก่อนนอนเพื่อบำรุงผิวที่แห้งมาก บอดี้ครีมจะให้ผลลัพธ์ที่ลูกค้ารู้สึกได้ชัดกว่าและกลับมาซื้อซ้ำ

คุณจะขายด้วยปริมาณหรือด้วยคุณค่า

โลชั่นมักถูกซื้อในขนาดใหญ่และใช้หมดเร็ว จุดขายคือความคุ้มค่าและความสะดวก ส่วนบอดี้ครีมขนาดเล็กกว่าแต่ตั้งราคาต่อกรัมได้สูงกว่า จุดขายคือความเข้มข้นและผลลัพธ์ ถ้าแบรนด์ของคุณวางตัวเป็นสินค้าพรีเมียม การเริ่มด้วยโลชั่นขวดใหญ่ราคาถูกอาจทำให้วางภาพลักษณ์ยากในภายหลัง

งบล็อตแรกของคุณมีเท่าไหร่

โลชั่นได้เปรียบตรงที่ต้นทุนวัตถุดิบต่อกรัมมักต่ำกว่า เพราะเฟสน้ำถูกกว่าเฟสน้ำมันและไข แต่เสียเปรียบตรงที่ต้องบรรจุปริมาณมากกว่าต่อชิ้นเพื่อให้ดูคุ้ม และขวดขนาดใหญ่ก็แพงกว่ากระปุกเล็ก เมื่อบวกลบแล้วต้นทุนต่อชิ้นของสองแบบมักไม่ต่างกันมากอย่างที่คิด สิ่งที่ต่างจริงคือราคาที่ตั้งขายได้

ต้นทุนของสองแบบต่างกันอย่างไร

เจ้าของแบรนด์มักถามว่าแบบไหนถูกกว่า คำตอบขึ้นอยู่กับว่าเทียบต่อชิ้นหรือต่อกรัม

มุมที่เทียบผลที่มักได้เหตุผล
ต้นทุนเนื้อสูตรต่อกรัมโลชั่นถูกกว่าเฟสน้ำมีสัดส่วนสูงและราคาต่ำกว่าน้ำมันกับไข
ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อชิ้นใกล้เคียงกันขวดปั๊มใหญ่กับกระปุกเล็กราคาไม่ต่างกันมาก
ต้นทุนรวมต่อชิ้นโลชั่นมักสูงกว่าเล็กน้อยเพราะต้องบรรจุปริมาณมากกว่าต่อชิ้น
ราคาขายที่ตั้งได้บอดี้ครีมสูงกว่าต่อกรัมผู้ซื้อยอมจ่ายแพงกว่าสำหรับสูตรเข้มข้น
กำไรต่อชิ้นบอดี้ครีมมักดีกว่าต้นทุนต่อชิ้นต่ำกว่าแต่ราคาขายสูงกว่า
ความถี่ในการซื้อซ้ำโลชั่นถี่กว่าใช้ปริมาณมากต่อครั้งจึงหมดเร็วกว่า

สรุปคือโลชั่นสร้างยอดขายจากการซื้อซ้ำบ่อย ส่วนบอดี้ครีมสร้างกำไรจากมูลค่าต่อชิ้น แบรนด์ที่วางแผนดีมักมีทั้งสองอย่างในที่สุด แต่ไม่จำเป็นต้องมีพร้อมกันตั้งแต่ล็อตแรก อ่านวิธีคิดต้นทุนแบบละเอียดได้ที่ ราคาผลิตครีมขึ้นอยู่กับอะไร

บรรจุภัณฑ์ที่เข้ากับแต่ละแบบ

ความข้นของเนื้อสูตรจำกัดตัวเลือกบรรจุภัณฑ์มากกว่าที่คนทั่วไปคิด เพราะเครื่องบรรจุและระบบจ่ายเนื้อสินค้าทำงานได้ในช่วงความหนืดที่กำหนด

โลชั่นเข้ากับระบบปั๊ม

เนื้อที่ไหลได้ทำให้ปั๊มดูดขึ้นได้ตลอดจนเกือบหมดขวด ผู้ใช้จึงไม่รู้สึกว่าเหลือของค้างก้นขวด ข้อควรระวังคือถ้าเนื้อบางเกินไป เวลากดปั๊มแรงจะพุ่งเลยมือ ควรทดลองกับขวดจริงก่อนยืนยันสูตร

บอดี้ครีมเข้ากับกระปุกและหลอด

เนื้อข้นตักได้พอดีกับกระปุก และบีบออกจากหลอดได้โดยไม่ไหลย้อน แต่กระปุกมีข้อเสียเรื่องการใช้นิ้วจ้วงซึ่งพาเชื้อเข้าไปในเนื้อครีมทุกครั้ง ถ้าเลือกกระปุกควรแถมช้อนตักและระบุอายุหลังเปิดใช้ให้ชัดเจน อ่านเรื่องผลของบรรจุภัณฑ์ต่ออายุสินค้าได้ที่ อายุการเก็บของครีม กำหนดจากอะไร

ทั้งสองแบบทำเป็นซองได้

ไม่ว่าจะเป็นโลชั่นหรือบอดี้ครีม ก็บรรจุซองใช้ครั้งเดียวได้ทั้งคู่ ซองมีประโยชน์สองอย่างคือใช้แจกให้คนลองก่อนซื้อขนาดใหญ่ และใช้ขายในตลาดที่ราคาต่อชิ้นต้องต่ำ อ่านเปรียบเทียบได้ที่ ครีมซองกับครีมกระปุก เลือกแบบไหนดี

ปัญหาที่เจอบ่อยตอนผลิตสินค้าผิวกาย

ส่วนนี้คือสิ่งที่มักไม่มีใครบอกก่อนสั่งผลิต แต่เป็นเรื่องที่ทำให้ล็อตแรกของหลายแบรนด์ต้องแก้

เนื้อแยกชั้นหลังเก็บไปสองสามสัปดาห์

พบในโลชั่นมากกว่าบอดี้ครีม เพราะเนื้อเหลวทำให้หยดน้ำมันลอยตัวขึ้นได้ง่ายกว่า สาเหตุมักมาจากการผสมที่ไม่ทำให้หยดน้ำมันแตกตัวเล็กพอ หรือระบบที่ช่วยยึดสองเฟสไว้ด้วยกันไม่เหมาะกับสัดส่วนของสูตร ป้องกันได้ด้วยการทดสอบความคงตัวก่อนผลิตจริง ไม่ใช่ดูแค่ว่าวันที่ผสมเสร็จเนื้อสวยดี

ความหนืดเปลี่ยนไปจากวันแรก

โลชั่นที่วันแรกเทลื่นกำลังดี แต่ผ่านไปสองเดือนกลายเป็นข้นขึ้นหรือเหลวลง เป็นปัญหาที่ลูกค้าปลายทางสังเกตเห็นทันทีและมักคิดว่าของเสีย การทดสอบเก็บในสภาพเร่งจะช่วยให้เห็นแนวโน้มนี้ก่อนผลิตล็อตใหญ่

กลิ่นเปลี่ยนหรือจางลง

น้ำหอมบางกลุ่มทำปฏิกิริยากับส่วนผสมอื่นหรือเสียสภาพเมื่อเจอความร้อนตอนผลิต ทำให้กลิ่นที่ได้ไม่เหมือนตอนทดลอง วิธีลดความเสี่ยงคือเติมน้ำหอมหลังเนื้อครีมเย็นลงถึงช่วงอุณหภูมิที่กำหนด และดมกลิ่นจากตัวอย่างที่เก็บไว้หลายสัปดาห์ ไม่ใช่ดมจากตัวอย่างที่เพิ่งผสมเสร็จ

เนื้อครีมกัดหรือทำให้บรรจุภัณฑ์เสียรูป

เกิดได้เมื่อสูตรมีน้ำมันหรือน้ำหอมบางชนิดในสัดส่วนสูง แล้วไปเจอกับพลาสติกบางเกรด ผลคือขวดบวม เปลี่ยนสี หรือฉลากหลุด ควรทดสอบด้วยการบรรจุเนื้อสูตรจริงลงบรรจุภัณฑ์จริงแล้วเก็บไว้ระยะหนึ่งก่อนสั่งพิมพ์งานจำนวนมาก

ไลน์ผลิตของโรงงานที่รับผลิตโลชั่นและบอดี้ครีมสำหรับแบรนด์ในประเทศไทย
โลชั่นและบอดี้ครีมผสมในถังสูญญากาศเดียวกัน ต่างกันที่สูตรและสัดส่วนของสองเฟส

แบรนด์ใหม่ควรเริ่มจากอะไร

ถ้ายังไม่มีฐานลูกค้าและต้องการรู้ให้เร็วที่สุดว่าตลาดตอบรับไหม เริ่มจากโลชั่นมักได้ข้อมูลกลับมาเร็วกว่า เพราะเป็นสินค้าที่คนซื้อบ่อยและตัดสินใจง่าย ราคาไม่สูงจนต้องคิดนาน

แต่ถ้าคุณมีจุดขายที่ชัดเจนอยู่แล้ว เช่น สารสกัดเฉพาะ กลิ่นเฉพาะ หรือกลุ่มลูกค้าที่มีปัญหาผิวแห้งจริงจัง การเริ่มด้วยบอดี้ครีมจะทำให้ตั้งราคาได้ดีกว่าตั้งแต่ต้น และไม่ต้องมาปรับภาพลักษณ์ขึ้นทีหลังซึ่งทำได้ยาก

ทางที่หลายแบรนด์เลือกคือทำสูตรเดียวสองเวอร์ชัน โดยใช้ทิศทางกลิ่นและจุดขายเดียวกัน แต่แยกเป็นโลชั่นสำหรับใช้ตอนกลางวันและบอดี้ครีมสำหรับก่อนนอน วิธีนี้ทำให้เล่าเรื่องแบรนด์ได้ต่อเนื่องและลูกค้าซื้อทั้งคู่ได้โดยไม่รู้สึกว่าซ้ำกัน

คำถามที่ควรถามโรงงานก่อนสั่งผลิต

  • สูตรนี้ผ่านการทดสอบความคงตัวมาแล้วหรือยัง ทดสอบแบบไหนและนานเท่าไหร่
  • ถ้าอยากได้ทั้งโลชั่นและบอดี้ครีมจากทิศทางเดียวกัน ต้องพัฒนาสองสูตรแยกหรือปรับจากสูตรเดียวได้
  • เนื้อสูตรนี้เข้ากันได้กับบรรจุภัณฑ์ที่ผมเลือกไหม เคยทดสอบกับวัสดุนี้หรือยัง
  • ปริมาณบรรจุขั้นต่ำต่อขนาดภาชนะเท่าไหร่ และทำไมถึงกำหนดแบบนั้น
  • ถ้าล็อตแรกขายดีแล้วอยากสั่งซ้ำ ใช้เวลากี่วันและสูตรจะเหมือนเดิมทุกประการไหม

คำถามชุดเต็มสำหรับการคัดโรงงานอยู่ที่ 20 คำถามที่ต้องถามก่อนจ้างโรงงานผลิตครีม

สรุปและก้าวต่อไป

โลชั่นกับบอดี้ครีมไม่ได้แข่งกัน แต่ตอบโจทย์คนละสถานการณ์ โลชั่นชนะเรื่องความถี่ในการใช้และการซื้อซ้ำ บอดี้ครีมชนะเรื่องมูลค่าต่อชิ้นและความรู้สึกว่าได้บำรุงจริง สิ่งที่ควรตัดสินใจก่อนจึงไม่ใช่ความข้นของเนื้อ แต่คือลูกค้าของคุณจะหยิบสินค้านี้ขึ้นมาใช้ตอนไหนและด้วยเหตุผลอะไร

VayoOEM รับผลิตทั้งโลชั่น โลชั่นน้ำหอม บอดี้ครีมเข้มข้น และสูตรผิวกระจ่างใส จากไลน์ผลิตของโรงงานเองที่ปากเกร็ด นนทบุรี กำลังการผลิตเฉลี่ย 10,000-20,000 ชิ้นต่อวัน ดูรายละเอียดได้ที่ โรงงานผลิตครีมทาผิวและโลชั่น หรือดูภาพรวมบริการที่ รับผลิตครีมครบวงจร

ถ้าอยากรู้ว่าโจทย์ของคุณควรออกมาเป็นโลชั่นหรือบอดี้ครีม ส่งรายละเอียดกลุ่มลูกค้าและงบที่ตั้งไว้มาคุยกับทีมงานได้ที่ หน้าติดต่อ เราประเมินให้ฟรีและนัดเข้าเยี่ยมชมโรงงานได้ก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

โลชั่นกับบอดี้ครีม ต้นทุนผลิตต่างกันมากไหม
ต้นทุนเนื้อสูตรต่อกรัมของโลชั่นมักต่ำกว่า เพราะเฟสน้ำมีสัดส่วนสูงและราคาถูกกว่าน้ำมันกับไข แต่โลชั่นต้องบรรจุปริมาณมากกว่าต่อชิ้นเพื่อให้ดูคุ้มค่า เมื่อรวมค่าบรรจุภัณฑ์แล้วต้นทุนต่อชิ้นของสองแบบมักใกล้เคียงกัน สิ่งที่ต่างชัดคือราคาที่ตั้งขายได้ ซึ่งบอดี้ครีมทำได้สูงกว่าเมื่อคิดต่อกรัม
ใช้สูตรเดียวกันแล้วปรับความข้นเป็นสองแบบได้ไหม
ทำได้ในบางกรณีแต่ไม่ใช่ทุกสูตร เพราะการเปลี่ยนสัดส่วนน้ำกับน้ำมันกระทบทั้งความคงตัว ระบบกันเสีย และความเข้ากันได้กับบรรจุภัณฑ์ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือแจ้งโรงงานตั้งแต่ต้นว่าต้องการสองเวอร์ชัน เพื่อออกแบบให้ทั้งคู่ใช้ทิศทางกลิ่นและจุดขายเดียวกันโดยที่แต่ละสูตรยังคงตัวดี
โลชั่นเสียง่ายกว่าบอดี้ครีมจริงไหม
โลชั่นมีความเสี่ยงเรื่องจุลินทรีย์สูงกว่าเพราะมีน้ำมากกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าจะเสียง่ายเสมอไป สูตรที่ออกแบบระบบกันเสียมาเหมาะสมและผ่านการทดสอบแล้ว อยู่ได้ตามอายุที่ระบุบนฉลากเช่นเดียวกัน สิ่งที่ต้องระวังมากกว่าคือบรรจุภัณฑ์และวิธีที่ผู้ใช้หยิบเนื้อสินค้าออกมา
อากาศร้อนตลอดปีแบบไทย ควรทำบอดี้ครีมไหม
ทำได้และมีตลาดจริง เพราะคนที่อยู่ห้องแอร์ทั้งวันมักมีผิวแห้งไม่ต่างจากอากาศเย็น เพียงแต่ควรออกแบบเนื้อให้ซึมได้ไม่หนักเกินไป และเล่าจุดขายให้ตรงกับปัญหาผิวแห้งจากแอร์มากกว่าจะเล่าเรื่องอากาศหนาว หลายแบรนด์เลือกทำเนื้อที่อยู่ระหว่างโลชั่นกับครีมด้วยเหตุผลนี้
โลชั่นน้ำหอมต่างจากโลชั่นธรรมดาอย่างไร
ต่างที่จุดขายและสัดส่วนน้ำหอมในสูตร โลชั่นน้ำหอมออกแบบให้กลิ่นเป็นเหตุผลหลักในการซื้อ จึงต้องเลือกกลิ่นที่ติดทนและไม่เปลี่ยนระหว่างเก็บ ขณะที่โลชั่นทั่วไปเน้นการบำรุงเป็นหลักและใช้กลิ่นเพียงเพื่อให้ใช้แล้วรู้สึกดี การผลิตสองแบบนี้ต้องคุมเรื่องกลิ่นคนละระดับ
ควรทำขนาดเท่าไหร่สำหรับล็อตแรก
สำหรับโลชั่นขนาดที่ขายง่ายมักเป็นขนาดกลางที่ใช้หมดในหนึ่งถึงสองเดือน เพราะขนาดใหญ่เกินทำให้ราคาต่อชิ้นสูงจนคนใหม่ไม่กล้าลอง ส่วนบอดี้ครีมมักเริ่มที่ขนาดเล็กกว่าเพราะใช้ปริมาณน้อยต่อครั้ง ตัวเลขที่แน่นอนขึ้นกับราคาขายที่ตั้งไว้และขั้นต่ำของบรรจุภัณฑ์ที่เลือก ควรให้โรงงานช่วยคำนวณจากโจทย์จริง
ผลิตทั้งสองแบบพร้อมกันในล็อตแรกคุ้มไหม
คุ้มถ้ามีงบพอโดยไม่กระทบเงินที่ต้องใช้ทำการตลาด เพราะการมีสองสินค้าช่วยให้ลูกค้าเลือกได้และเพิ่มมูลค่าต่อการซื้อหนึ่งครั้ง แต่ถ้างบจำกัด แนะนำให้เลือกตัวที่ตรงกับกลุ่มลูกค้าหลักที่สุดก่อน แล้วใช้ผลตอบรับจริงเป็นข้อมูลตัดสินใจสำหรับตัวที่สอง
อยากได้เนื้อที่ไม่เหนียวเลย ทำได้แค่ไหน
ทำได้ค่อนข้างมากโดยการเลือกกลุ่มน้ำมันและสารช่วยกระจายตัวที่ให้ความรู้สึกแห้งหลังซึม แต่มีข้อแลกเปลี่ยนคือความรู้สึกชุ่มชื้นที่ค้างอยู่จะลดลงตาม จึงควรบอกโรงงานให้ชัดว่าลูกค้าของคุณให้ความสำคัญกับอะไรมากกว่ากันระหว่างความไม่เหนียวกับความรู้สึกว่าได้บำรุง แล้วขอตัวอย่างมาลองใช้จริงหลายวันก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงและช่องทางตรวจสอบ

ข้อมูลด้านกฎหมายและมาตรฐานในบทความนี้อ้างอิงจากหน่วยงานต่อไปนี้ ควรตรวจสอบข้อกำหนดฉบับล่าสุดจากต้นทางเสมอ